แพทย์และเจ้าหน้า เนรมิต คลินิก ที่มีการฝึกอบรมและอัปเดทความรู้ใหม่ๆอย่างสม่ำเสมอ
ให้บริการด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง

FB : https://www.facebook.com/neramitclinic

Author: admin

ปัญหาผิวนั้นเป็นปัญหาที่ทุกคนต้องพบเจอ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาริ้วรอย สิว ความหมองคล้ำ ไม่กระจ่างใสบนใบหน้า ล้วนแล้วแต่ทำให้คนรักสุขภาพผิว โดยเฉพาะผิวหน้านั้นปวดหัวกับการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ โดยที่เนรมิต คลินิก คลินิกเสริมความงาม โคราช เราเข้าใจปัญหาในจุดนี้ดี เราจึงได้นำเทคโนโลยีเสริมความงามด้วยการใช้เครื่องไครโอแมชชีน (Cryo machine) เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาผิว ซึ่งวันนี้คลินิกเสริมความงาม โคราชของเราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเครื่องไครโอแมชชีนให้มากขึ้นกันค่ะ เครื่องไครโอแมชชีน คืออะไร เทคโนโลยีเพื่อความงามประเภทนี้ จะเป็นเครื่องมือเพื่อช่วยถ่ายเทความเย็นขนาด – 10 องศาเซลเซียส ที่จะช่วยกระตุ้นให้ผิวมีการสร้างสารทรานสฟอร์มมิ่ง โกรท แฟคเตอร์ ซึ่งสารนี้จะไปกระตุ้นการเจริญของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้ผิวกระชับมากยิ่งขึ้น ช่วยทำให้ผิวแข็งแรงมากขึ้น แก้ไขปัญหารูขุมขนกว้าง และริ้วรอยได้เป็นอย่างดี เครื่องไครโอแมชชีนช่วยทำให้ผิวสวยได้อย่างไร อย่างที่กล่าวแล้วว่าเครื่องไครโอแมชชีนจะช่วยทำให้ผิวแข็งแรงมากขึ้น โดยจะใช้ความเย็นนี้เพื่อแก้ไขปัญหาผิว ไม่ว่าจะเป็นการกระชับรูขุมขนแก้ไขปัญหารูขุมขนกว้าง ลดรอยแดงสิวและการอักเสบของสิว อีกทั้งยังรวมถึงปัญหาผดผื่นต่าง ๆ และยังช่วยให้ผิวสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนบนใบหน้าได้อีกด้วย ซึ่งความเย็นของเครื่องไครโอแมชชีนนี้ ยังช่วยทำให้ผิวหน้าสดใส ชุ่มชื่นได้เป็นอย่างดี

นอกจากอาหารที่ร่างกายเรารับประทานเข้าไปตามธรรมชาติแล้ว ร่างกายเรายังต้องแบ่งอาหารเหล่านั้นไปหล่อเลี้ยงผิวของเราอีกด้วย เคยสังเกตไหมว่าคนที่รับประทานอาหารประเภทไขมันสูงจะทำให้ผิวหนังนั้นเหี่ยวย่นได้ง่ายกว่าคนที่รับประทานอาหารประเภทผักและผลไม้ นั่นเป็นเพราะผิวของเราได้รับสารอาหารจำพวกวิตามินที่มีประโยชน์ผ่านการกินเข้าไปนั่นเอง แต่นอกจากวิธีการรับประทานเข้าไปแล้ว ก็ยังมีวิธีอื่นอีกนะคะ ที่ผิวของเราสามารถรับเอาสารอาหารดีๆ เหล่านี้เข้าไปได้เช่นกัน อาหารผิว (Skin Food) มาจากไหนบ้าง อาหารผิวนั้น หลัก ๆ มาจาก 2 ทาง ได้แก่ 1. อาหารตามธรรมชาติ คืออาหารที่ได้รับตามธรรมชาติ เป็นอาหารที่คนเรารับประทานเข้าไปทุกวัน ซึ่งอาหารในส่วนนี้นอกจากร่างกายของเราจะต้องการแล้ว ผิวของเรายังต้องการสุดๆ เลยอีกด้วย 2. อาหารผิวจากภายนอก เป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิวโดยเฉพาะในการทำหน้าที่เป็นสาร Anti-oxidant สามารถต้านสารอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวกายมีความเปล่งปลั่ง สดใส ซึ่งอาหารประเภทนี้จะเป็นวิตามินหรือสารที่สกัดออกมาแล้ว ได้แก่ Vitamin F (Unsaturated Essential Fatty Acids) Vitamin C Vitamin E Co

สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวบนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอย สิว รูขุมขนกว้าง คงจะเป็นปัญหาในเวลาที่ต้องแต่งหน้าหรือแม้กระทั่งการออกงานสำคัญ ๆ เมคอัพก็ไม่อาจจะปกปิดปัญหาเหล่านี้ได้ วันนี้เนรมิต คลินิก คลินิกเสริมความงาม โคราช ของเราจึงขอแนะนำการดูแลผิวพรรณบนใบหน้าให้สวยใส แข็งแรงได้ด้วยวิธีการง่ายๆ ที่คุณเองก็สามารถทำได้ที่บ้าน อย่างการ มาร์คหน้า มาฝากกันค่ะ 1. ช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระ การมาร์คหน้านั้นจะเสมือนเป็นการล้างสารพิษบนใบหน้า และยังช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระที่เกิดกับใบหน้าของเราได้ด้วย และยังช่วยให้ผิวหน้าเปล่งประกาย แลดูอ่อนเยาว์มากยิ่งขึ้น 2. ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน นอกจากจะขับสารพิษได้แล้ว ยังเสมือนเป็นช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนบนใบหน้า ให้กลับมากระชับเนียนนุ่มได้ 3. ช่วยล้างสารพิษบนใบหน้า อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าการมาร์คหน้านั้นเหมือนเป็นการล้างสารพิษบนใบหน้า ทั้งดีทอกซ์สารเคมีหรือสิ่งสกปรกที่อาจจะเกิดจากเครื่องสำอาง เมคอัพ หรือการที่เราต้องเจอสารมลพิษในระหว่างวัน 4. ทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น นอกจากจะเป็นการขับสารพิษแล้ว การมาร์คหน้ายังช่วยฟื้นฟูสภาพผิวที่เสีย หรือมีการระคายเคืองง่าย ให้ผิวกลับมาแข็งแรงมากยิ่งขึ้น 5. ช่วยลดการอักเสบของผิว การมาร์คหน้านั้นมีส่วนช่วยให้ลดการอักเสบของผิว รวมทั้งสิว ให้อักเสบลดลงได้อีกด้วย 6.ช่วยทำให้ใบหน้าเนียนนุ่ม นอกจากการมาร์คหน้าจะช่วยให้รูขุมขนบนใบหน้ากระชับได้แล้ว ยังช่วยให้ผิวหน้าเนียนละเอียดมากขึ้น ช่วยลดความแห้งกร้านได้ ทำให้ผิวหน้าเนียนนุ่มมากกว่าเดิม •มาร์คหน้ากับเนรมิต คลินิก ตอบทุกโจทย์ที่ต้องการ ที่เนรมิต

ปัญหาทางผิวหนังอีกอย่างที่มักจะเกิดขึ้นกับเราในกรณีที่เราเริ่มมีอายุมากขึ้นเรื่อย ๆ นั่นก็คือ กระเนื้อนั่นเอง โดยพบว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังที่มาจากระดับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายเรานั่นเอง และยังพบอีกว่ากระเนื้อนั้น เมื่อขึ้นตามผิวหนังแล้วยังสามารถเปลี่ยนรูปร่าง ขยายใหญ่นูนหนาขึ้น และทำให้ผิวหนังขรุขระขึ้นด้วย โดยในวันนี้เนรมิต คลินิก คลินิกเสริมความงาม โคราช ของเรา มีวิธีการรักษากระเนื้อแบบง่ายๆ มาฝากกันค่ะ 1. ใช้น้ำมะขามเปียกขัดผิว เป็นวิธีทางธรรมชาติ โดยใช้น้ำมะขามเปียกขัดผิดที่บริเวณกระเนื้อ ต้องขัดทุกวัน ซึ่งผิวก็จะค่อย ๆ ขาวขึ้น รอยกระเนื้อจะดูจางลงไปนั่นเอง 2. ใช้น้ำมะกรูด ว่ากันว่าหากนำน้ำมะกรูที่คั้นสด ๆ มาทาประจำทุกวัน ก็จะช่วยลดรอยกระเนื้อลงได้ 3. นำหัวไชเท้าผสมน้ำมะนาว โดยนำหัวไชเท้ามาปอกเปลือกแล้วนำไปปั่นผสมเข้ากับน้ำมะนาว หลังจากนั้นก็ให้ไปทางตรงที่มีกระเนื้อ ทิ้งไว้สัก 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำสัปดาห์เพียงละ 1 ครั้ง บริเวณที่มีกระเนื้อก็จะจางลงไป 4. การผ่าตัดด้วยความเย็นหรือการจี้เย็น นอกจากการใช้ธรรมชาติรักษากระเนื้อแล้ว เทคโนโลยีทางการแพทย์ก็ช่วยรักษากระเนื้อได้ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ และใช้ระยะเวลาไม่นาน

ถึงแม้ว่าหูดจะเป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรงของผิวหนัง ทีเกิดจากเชื้อไวรัสแล้ว แต่หูดนั้นก็ทำให้เกิดความไม่สวยงามต่อผิวพรรณ อีกทั้งยังทำให้เกิดความรำคาญ และบางครั้งยังทำให้เกิดความเจ็บปวดแก่ผิวหนังได้ บางคนเกิดขึ้นมาแล้วก็หายได้เอง แต่สำหรับบางคนหูดก็ขึ้นอยู่นานเป็นระยะเวลาหลายปี วันนี้ เราเลยมีวิธีดีๆ เกี่ยวกับการรักษาหูดมาฝากกันค่ะ 1. ไม่รักษา หากบุคคลที่เป็นหูดมีร่างกายแข็งแรง มีภูมิคุ้มกันปกติ หูดนั้นก็สามารถหายไปเองได้ โดยพบว่า 65% ของคนที่ร่างกายแข็งแรง หูดจะยุบไปเองภายใน 2 ปี ซึ่งก็ถือว่าเป็นระยะเวลาค่อนข้างนานพอสมควร 2. ใช้ยารักษาภายนอก ส่วนใหญ่ยาที่นิยมใช้นั้นจะมีส่วนผสมของกรดซาลิซิลิก กรดไตรคลออะซิติกหรือไบคลออะซิติก โดยยาที่ทานั้นจะเหมาะกับหูดที่มีขนาดเล็ก ซึ่งระยะเวลาการรักษาโดยใช้ยานี้ก็จะขึ้นอยู่กับขนาดของหูดด้วย 3. ใช้ยาฉีด โดยการฉีดยานั้น ส่วนใหญ่แพทย์จะใช้ก็ต่อเมื่อใช้ยารักษาแล้วไม่ได้ผลนั่นเอง โดยจะฉีดยาลงไปที่หูดโดยตรง 4. การใช้ยากินและยาฉีดเข้าเส้น ซึ่งวิธีแบบนี้ยังอยู่ในการศึกษา เพราะอาจจะมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นได้มาก 5. จี้ด้วยไนโตรเจน ไนโตรเจนเหลวคือ สิ่งที่ใช้จี้หูด ซึ่งจะใช้วิธีการรักษาด้วยความเย็น หากพบว่าหูดมีแผ่นหนา แพทย์จะจี้ก่อน และจะปล่อยให้ตกสะเก็ดไปประมาณ 1 – 3 สัปดาห์ ซึ่งจำนวนครั้งที่จี้นั้นจะขึ้นอยู่กับขนาดและลักษณะของหูด

คราวก่อน เนรมิต คลินิกได้นำเสนอเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับหูดกันไปบ้างแล้วนะคะ ว่าเป็นโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งใครที่เป็นหูดก็อาจจะสร้างความลำบากในชีวิตอยู่บ้าง แถมยังเป็นแผลที่ทำให้เกิดความไม่สวยงามบนผิวหนังอีกด้วย วันนี้เราเลยมีความรู้ดีๆ เกี่ยวกับหูดมาฝากกันค่ะ สำหรับท่านที่เป็น จะได้รู้ว่า ควรจัดการยังไงดี? •ส่วนใหญ่พบหูดได้ที่ไหนบ้าง หูดที่ขึ้นตามร่างกายนั้นส่วนใหญ่เราจะพบได้ ดังนี้ 1. ตามผิวหนัง โดยตำแหน่งที่ขึ้นตามผิวหนังนั้น ก็สังเกตได้จากประเภทของหูด คือ - หูดชนิดแบนราบ หรือ Plane warts/Flat warts ซึ่งจะเป็นลักษณะยกนูนจากผิวหนังเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งจะมีลักษณะเรียบ ส่วนใหญ่จะขึ้นตามใบหน้า หลังมือ รวมทั้งหน้าแข้งด้วย - หูดฝ่ามือฝ่าเท้า หรือ Plamar and Plantar warts ซึ่งเป็นหูดที่มีลักษณะนูนกลม มีผิวค่อนข้างขรุขระ โดยจะมีอาการเจ็บ บางครั้งดูคล้ายลักษณะตาปลา และหูดประเภทนี้จะมีเลือดออกเล็กน้อย ซึ่งจะมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ - หูดคนตัดเนื้อ หรือ

ปัญหาไฝที่ขึ้นตามร่างกายของเรานั้น นอกจากจะทำให้ผิวพรรณของเราไม่สวย ไม่น่ามองแล้ว ยังอาจจะลุกลามกลายเป็นมะเร็งไฝได้ อย่างที่เนรมิต คลินิก คลินิกเสริมความงาม โคราชได้นำเสนอให้รับทราบไปแล้ว ซึ่งนอกจากเรื่องของขนาดและสีของไฝแล้ว วันนี้เรายังมีเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับไฝมาฝากกันด้วย ว่าไฝแบบไหนที่เราควรกำจัดกันแบบเร่งด่วน •สังเกตง่าย ไฝตรงไหนที่ควรกำจัด 1. ไฝที่มีลักษณะสีไม่สม่ำเสมอหรือมีสีแปลกกว่าไฝทั่วไป เช่น มีสีแดงคล้ายเลือด มีสีขาว สีน้ำเงิน หรือสีดำ ผสมอยู่ในไฝเม็ดเดียวกัน ซึ่งไฝที่มีลักษณะแบบนี้ มีแนวโน้มที่จะเป็นมะเร็งสูงมาก 2. ไฝที่อยู่ในตำแหน่งที่มองไม่เห็น เช่น ไฝในที่ลับ ไฝที่แผ่นหลัง เพราะทำให้เราไม่สามารถมองเห็นลักษณะที่เปลี่ยนแปลงไปได้ง่ายนั่นเอง 3. มีขนาดใหญ่มาก หรือสังเกตว่าไฝที่มีขนาดใหญ่ คือมีเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 0.6 เซนติเมตร หรือมีขนาดใหญ่กว่ายางลบที่ติดดินสอ ซึ่งไฝที่มีขนาดใหญ่มากนั้น ก็มีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งผิวหนังมากนั่นเองค่ะ 4. ผู้ที่มีอายุเกิน 30 ปีขึ้นไป ควรสังเกตว่าไฝที่ขึ้นตามร่างกายของเรานั้นยังมีขนาดใหญ่ขึ้น หรือมีการเจริญเติบโตเรื่อย ๆ

คราวที่แล้ว เนรมิต คลินิกได้พาทุกท่านไปทำความรู้จักกับไฝกันแล้วนะคะ ในครั้งนี้ เนรมิต คลินิกก็มีเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับมะเร็งไฝดำว่าจะน่ากลัวแค่ไหน และมีลักษณะแบบไหน เราจะได้เช็คถูกว่า ตอนนี้ไฝที่ขึ้นตามร่างกายของเรานั้น เข้าข่ายเป็นมะเร็งไฝดำหรือไม่? ลองตามมาดูกันเลยค่ะ •แบบไหนที่เรียกว่ามะเร็งไฝดำ เรารู้กันไปแล้วว่าไฝนั้นเกิดกับตัวเราได้ตั้งแต่แรกเกิด ซึ่งเกิดจากเม็ดสีเมลานินทำงานผิดปกติในบริเวณนั้น บางคนก็เกิดจากการเป็นกระและเติบโตกลายเป็นไฝได้ ซึ่งไฝบางเม็ดก็หายไปได้เอง แต่ไฝบางเม็ดนั้นก็ยึดติดกับผิวของเราไปตลอด สำหรับมะเร็งไฝดำนั้น จะเป็นไฝที่อันตรายต่อผิวหนังของเรา ซึ่งสังเกตได้จากไฝที่ขึ้นนั้นเติบโตหรือมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทั้งขนาดของไฝ รูปร่างที่ผิดปกติ รวมทั้งสีของไฝด้วย โดยสีของไฝที่เข้าข่ายว่าเป็นมะเร็งไฝดำนั้นจะมีสีออกเป็นเหมือนมีลักษณะเลือดออกร่วมด้วย พบว่าส่วนใหญ่เมื่อเป็นแล้ว เราจะรู้สึกคันและเจ็บปวดที่บริเวณไฝนั้น ซึ่งหากพบว่ามีอาการดังกล่าว ก็ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วนค่ะ •สังเกตได้อย่างไรว่าไฝที่ขึ้นตามร่างกายจะกลายเป็นมะเร็งไฝดำ โดยส่วนใหญ่แล้วไฝที่มีแนวโน้มว่าจะกลายเป็นมะเร็งไฝดำนั้น จะเป็นไฝที่เป็นมาตั้งแต่กำเนิด สังเกตได้ว่าไฝนั้นจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางที่ใหญ่มาก ซึ่งทางการแพทย์เรียกว่า “congenital pigmented nevi” และไฝที่มีสีไม่สม่ำเสมอ ทางการแพทย์เรียกว่า “dys-plastic nevi” โดยพบว่าไฝที่มีลักษณะดังกล่าว จะมีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งไฝดำหรือมะเร็งผิวหนังได้มากกว่าไฝที่ขึ้นตามปกติในร่างกาย หากใครที่มีไฝตามร่างกายก็ขอให้ตรวจเช็คดี ๆ

สำหรับรอยแดงจากสิวนั้น จริงๆ แล้วตอนแรกก็มักจะเกิดจากสิ่งสกปรกบนใบหน้า สะสมจนทำให้เกิดสิว พอหายแล้วก็จะทิ้งรอยแดงสิวให้เห็น เป็นปัญหาระยะยาวต่อผิวหน้าของเรา เพราะนอกจากจะทำให้ผิวไม่เรียบเนียนแล้ว ยังทำให้การเมคอัพของเราไม่เนียนสวยอีกด้วย ดังนั้น ถ้าอยากให้รอยแดงต่างๆ เหล่านี้ หายไปอย่างจริงจัง ไม่กลับมากวนใจอีก วันนี้ เรามีเคล็ดลับดีๆ มาฝากกันค่ะ 1. ปล่อยไว้ เดี๋ยวหายไปเอง วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่มีอายุ 20 ปีต้น ๆ เท่านั้นนะคะ เพราะอายุขนาดนี้ ไม่จำเป็นต้องใช้ครีมหรือการรักษาให้วุ่นวาย เดี๋ยวจุดรอยแดงสิวก็จะหายไปเองค่ะ แต่ถ้าปล่อยไว้แล้วอายุถึง 20 ปลาย ๆ จนถึง 30 ปีอัพ ก็อาจจะหายยากขึ้นจนต้องใช้ตัวช่วย 2. ใช้ครีมลดรอยสิว ครีมลดรอยสิวในปัจจุบันมีหลายชนิดมาก โดยส่วนใหญ่แล้วครีมประเภทนี้จะมีส่วนผสมของวิตามินซี อาร์บูติน กลูต้าไธโอน รวมทั้งวิตามินอี และส่วนผสมต่าง ๆ

วิธีการแก้ไขปัญหา 7 ประการบนใบหน้า อันได้แก่ สิว ริ้วรอย รูขุมขนกว้าง หน้ามัน หลุมสิว ผิวไม่เรียบเนียน และรอยแดงสิว เลเซอร์สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้นะคะ แต่ก็ยังมีบางคนที่เข้าใจผิดเกี่ยวกับการใช้เลเซอร์ในการแก้ไขปัญหาผิวบนใบหน้า วันนี้ เราเลยมีคำแนะนำดีๆ มาฝากกันค่ะ 1. เลเซอร์ทำให้ผิวแพ้ง่าย ไวต่อแสงแดด บอกก่อนเลยว่าผิวคนเอเชียจะไวต่อแดดมากกว่าผิวคนผิวขาวอย่างคนต่างชาติ ต่อให้เราไม่ได้ทำเลเซอร์มา ผิวของเราก็คล้ำง่ายกว่าอยู่แล้วนะคะ ซึ่งการทำเลเซอร์หน้าใสนั้นไม่ได้ทำให้ผิวแพ้ง่ายหรือไวต่อแสงแดดอย่างที่ทุกคนเข้าใจ ซึ่งจริง ๆ แล้วในทางตรงกันข้าม การทำเลเซอร์หน้าใสนั้นจะช่วยทำให้ปรับสีผิวให้กลับมาสม่ำเสมอและขาวกระจ่างใส แถมยังช่วยลดความหมองคล้ำได้ดีอีกด้วย 2. เลเซอร์ทำให้ผิวแพ้เครื่องสำอางได้ง่าย อาการแพ้เครื่องสำอางของผิวนั้นส่วนใหญ่จะเกิดจากสารพาราเบนที่มีอยู่ในเครื่องสำอางนั่นเอง ซึ่งหากว่าผิวของเราไปโดนเครื่องสำอางที่ไม่ถูกกันหรือใช้เครื่องสำอางที่ไม่ถูกกับสภาพผิว ก็อาจจะทำให้เกิดอาการระคายเคือง มีผดผื่น แสบร้อน หรืออาการคันร่วมด้วยก็ได้ ซึ่งจริง ๆ แล้วเลเซอร์นั้นไม่ใช้สาเหตุปัจจัยที่จะทำให้เกิดอาการแพ้เครื่องสำอางโดยตรงแต่อย่างใด 3. ทำให้ผิวแห้งเป็นขุย ลอกล่อนง่าย เนื่องจากเข้าใจว่าเครื่องเลเซอร์นั้นมีความร้อน ทำให้ผิวไหม้จนเกิดความแห้ง และส่งผลให้ผิวมีความเป็นขุย ลอกล่อนง่าย