แพทย์และเจ้าหน้า เนรมิต คลินิก ที่มีการฝึกอบรมและอัปเดทความรู้ใหม่ๆอย่างสม่ำเสมอ
ให้บริการด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง

FB : https://www.facebook.com/neramitclinic

Author: admin

เดี๋ยวนี้วิทยาศาสตร์ช่วยให้เรื่องของความสวยความงามเป็นเรื่องง่าย สำหรับสาวคนไหนที่อยากมีคางสวยเป็น V-Shape เหมือนสาวเกาหลีก็ทำได้ง่าย ๆ ด้วยการศัลยกรรมเสริมคางปรับโหงวเฮ้งค่ะ นอกจากจะสวยแล้วยังทำให้เฮงขึ้นได้ด้วย และเนรมิต คลินิกของเราเลยมีความรู้ดีๆ มาแนะนำกันค่ะ •ศัลยกรรมเสริมคางปรับโหงวเฮ้ง ทำอย่างไรได้บ้าง วิธีการศัลยกรรมเสริมคางปรับโหงวเฮ้ง ในปัจจุบันจะมีวิธีการใช้ซิลิโคน ซึ่งเป็นวัสดุเสริมความงามที่วงการแพทย์ให้การรับรองว่าปลอดภัยต่อร่างกาย โดยซิลิ โคนนั้นจะเป็นชนิดแท่ง มีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ 1. วิธีการศัลยกรรมเสริมคางปรับโหงวเฮ้งจากด้านในช่องปาก วิธีนี้แพทย์จะต้องเปิดปากแผลด้านในปาก ตรงบริเวณริมฝีปากล่างกับเหงือก วิธีนี้ค่อนข้างได้รับความนิยมค่อนข้างสูงในบ้านเรา เพราะจะไม่ทำให้เห็นแผลการผ่าตัด ซึ่งจะซ้อนอยู่ในช่องปากนั่นเอง โดยคุณหมอจะทำการผ่าตัดความยาวแผลที่มีประมาณ 2 เซนติเมตร แล้วจึงใช้ซิลิโคนวางตรงตำแหน่งคางขอบล่าง หลังจากนั้นแพทย์จะเย็บปิดแผล ซึ่งใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง คนไข้ไม่จำเป็นพักค้างเลยค่ะ สะดวกสุดๆ 2. วิธีการศัลยกรรมเสริมคางปรับโหงวเฮ้งจากด้านนอกช่องปาก วิธีการนี้แพทย์จะผ่าตัดจากทางด้านนอกวิธีการไม่ได้แตกต่างจากวิธีแรกเลย เพียงแค่เป็นการผ่าตัดจากภายนอกช่องปาก แต่วิธีนี้จะได้รับความนิยมน้อยกว่าเพราะจะมีรอยแผลเป็นนั่นเอง แต่การดูแลหลังจากผ่าตัดแล้วจะง่ายกว่าวิธีแรก เพียงแค่อย่าให้แผลโดนน้ำเป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ก็พอแล้วค่ะ •ซิลิโคนแบบไหนเหมาะสำหรับศัลยกรรมเสริมคางปรับโหงวเฮ้ง ซิลิโคนที่เหมาะสำหรับการศัลยกรรมเสริมคางปรับโหงวเฮ้งนั้น

การรักษาปานดำด้วยเลเซอร์รักษาปานดำไปแล้ว ซึ่งเป็นวิธีที่วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ปลอดภัย แต่วิธีการรักษาปานด้วยวิธีธรรมชาติก็มีเช่นกันนะคะ หลายคนอาจจะยังไม่ทราบ เนรมิต คลินิกจึงได้รวบรวมวิธีการรักษาปานด้วยวิธีธรรมชาติมาฝากกันค่ะ 1. ใช้มะละกอหรือแอปริคอตรักษาปาน ในมะละกอจะมีเอนไซม์ที่ชื่อว่า “ปาปาอิน” (Papain) ซึ่งเอมไซน์ชนิดนี้เองจะทำให้ผิวหนังลอกออกมา และทำให้ผิวเซลล์ใหม่ปรากฏขึ้นมาได้อีกครั้ง และยังทำให้ผิวขาวขึ้นได้อีกด้วย โดยผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่จะมาในรูปของครีมลบปาน รวมทั้งอาจจะมีสบู่จากมะละกอ ซึ่งต้องใช้ 2 – 3 ครั้งต่อวัน ส่วนผลแปริคอตนั้นจะทำให้ปานจางลงได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคลค่ะ หากเราจะไม่ใช้ครีมหรือสบู่ที่ได้จากมะละกอหรือผลแอปริคอต ก็อาจจะใช้ผลไม้แบบสดๆ ฝานและแปะลงบนปานไปเลย ทิ้งเอาไว้ 10 นาที ให้ทำซ้ำ ๆ กันทุกวัน และล้างด้วยน้ำอุ่น ปานก็สามารถจางลงได้เช่นกันค่ะ 2. ใช้น้ำมะนาวรักษาปาน ในน้ำมะนาวนั้นจะมีกรดซิตริก (Citric) ที่อยู่ในน้ำมะนาว ซึ่งเป็นกรดผลไม้อ่อน ๆ มีฤทธิ์สำหรับทำให้สีผิวจางลงโดยเฉพาะ ซึ่งส่วนใหญ่กรดซิตริกนั้นในวงการความงามมักจะใช้เป็นส่วนผสมสำคัญของผลิตภัณฑ์ความงามที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยวิธีการใช้น้ำมะนาวรักษาปานทำง่ายมาก

ปัญหาด้านผิวหนังที่เป็นอุปสรรคความสวยความงามนั้นมีมากมายเหลือเกิน นอกจากสิว ริ้วรอย จุดด่างดำ รอยหมองคล้ำต่าง ๆ แล้ว เรื่องของปานก็ยังเป็นอุปสรรคสำคัญของความงามและยังพ่วงผลกระทบไปถึงด้านจิตใจอีกด้วย โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาปานดำมาตั้งแต่กำเนิด ซึ่งหลายคนที่มีปัญหานี้ มักกังวลว่ารักษาหายได้หรือไม่ วันนี้เนรมิต คลินิกมีคำตอบมาฝากกันค่ะ วิธีการรักษาปานดำตั้งแต่กำเนิด ปานดำที่มีมาตั้งแต่กำเนิดนั้น มักจะเกิดจากสีผิวที่ผิดปกติตั้งแต่กำเนิด มีผลต่ออุปสรรคความสวยความงาม มักมีลักษณะเป็นผืนราบสีดำ น้ำตาลอ่อนหรือน้ำตาลเข้ม ขอบของปานมักจะชัดเจน โดยขอบอาจจะมีลักษณะเรียบหรือมีรอยหยักก็ได้ บางคนที่มีปานดำเมื่อระยะเวลาผ่านไปสีของปานอาจจะมีสีเข้มขึ้นและอาจจะมีรูปผิวที่นูนขึ้นได้ รวมทั้งยังมีขนเกิดขึ้นได้บนปาน โดยขนาดของปานจะมีขนาดเล็กตั้งแต่ 2 – 20 เซนติเมตร หรืออาจจะใหญ่กว่านั้นอีก โดยส่วนใหญ่จะมีลักษณะที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งถือว่าเป็นภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายมาก เพราะอาจจะทำให้เรากลายเป็นมะเร็งผิวหนังได้ หากสังเกตได้ว่าปานดำมีอาการคัน ระคายเคือง มีรูปร่างที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ก็อาจจะเป็นสัญญาณบอกได้ว่า ปานนั้นเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งแล้วล่ะค่ะ ซึ่งปัจจุบันวิธีการรักษาปานดำนั้นมีวิธีที่ค่อนข้างสะดวก ไม่ยุ่งยากและได้ผลที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพก็คือ การทำ เลเซอร์รักษาปานดำ นั่นเอง การใช้เลเซอร์รักษาปานดำ เลเซอร์รักษาปานดำที่ใช้ส่วนใหญ่จะใช้

“ปาน” คือรอยจุดสีผิวที่ผิดปกติบนผิวหนัง สามารถขึ้นได้ทุกส่วนของร่างกาย คนส่วนใหญ่ที่มีปานมักจะเกิดขึ้นเองตั้งแต่กำเนิด หรือหลังจากคลอดจากมารดาได้ไม่นาน โดยที่ปานนั้นอาจจะอยู่ตลอดไปหรือจางหายไปได้เองเมื่อระยะเวลาผ่านไป •ภาวะแทรกซ้อนของปานแต่ละชนิด โดยทั่วไปแล้วปานจะมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด ได้แก่ 1. ปานแดง หรือ Vascular Birthmarks ซึ่งเป็นลักษณะของผิวที่เปลี่ยนไป เกิดจากหลอดเลือดที่ผิดปกติ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นกับเด็กแรกคลอด หลังจากที่เด็กคลอดออมาไม่นาน บางครั้งอาจมีสีที่ต่างกันออกไป ทั้งสีชมพู ม่วง หรือสีแดง โดยปานแดงนั้นจะมีหลากหลายชนิด บางชนิดจะจางหายไปได้เอง แต่ต้องใช้ระยะเวลาค่อนข้างนาน บางชนิดก็จะมีผลต่อการมองเห็นหรือการหายใจ หากว่าปานแดงไปขึ้นตรงบริเวณตาหรือจมูก บางชนิดก็อาจจะไวต่อระดับของฮอร์โมน ทำให้เห็นปานแดงได้ชัดเจนขึ้นเมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์ สภาวะแทรกซ้อนของปานแดง : ปานแดงที่มีสภาวะแทรกซ้อนจะเป็นปานแดงแบบสตรอว์เบอร์รี่และปานแดงเส้นเลือดฝอย โดยปานแดงแบบสตรอว์เบอร์รี่จะมีอันตรายต่อการมองเห็นหรือการหายใจ และยังอาจติดเชื้อได้ง่ายหากว่าปานมีการอักเสบได้ และหากพบปานแดงที่ลำไส้ก็อาจจะทำให้ถ่ายออกมาเป็นเลือดปนกับอุจจาระได้ด้วย ส่วนปานแดงเส้นเลือดฝอยหากไปขึ้นที่ดวงตา ก็อาจจะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นต้อหิน หากขึ้นที่ศีรษะก็อาจจะทำให้มีผลต่อดวงตาและสมองได้ 2. ปานดำแต่กำเนิด หรือ Congenital Melanocytic Naevi

เนรมิต คลินิกได้นำเสนอเกี่ยวกับเทคนิคการร้อยไหมและเส้นไหมที่ใช้ร้อยไหมไปแล้ว หลายคนได้ทราบกันไปแล้วว่าเส้นไหมก้างปลาเป็นเส้นไหมที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ช่วยทำให้ใบหน้าเรียว กระชับมากที่สุด เพราะเส้นไหมมีลวดลายเป็นเงี่ยงที่ช่วยหยึดเหนี่ยวเซลล์ชั้นในใต้ผิวหนัง เมื่อรวมกับเทคนิคการร้อยไหมของคุณหมอที่เนรมิต คลินิก ก็จะยิ่งช่วยให้ได้ผลที่น่าพอใจมากยิ่งขึ้น แต่หลายคนอาจจะสงสัยว่าการร้อยไหมก้างปลา จะทำให้ใบหน้าเรียวดังที่เรากล่าวไปแล้วหรือไม่ วันนี้เนรมิต คลินิกก็ไม่พลาดนำคำตอบมาฝากกันค่ะ •ทำไมร้อยไหมก้างปลาถึงทำให้ใบหน้าเรียว อย่างที่เราบอกไปแล้วว่าเส้นไหมก้างปลานั้นเป็นไหมชนิดพิเศษ ที่มีลักษณะของไหมที่เป็นเงี่ยงเหมือนก้างปลา ทำให้สามารถยึดเกาะกับเส้นใยชั้นผิวหนังชั้นในได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งไหมลักษณะนี้จะทำให้เกิดการกระตุ้นคอลลาเจนใต้ใบหน้า ทำให้เกิดการผลิตคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ได้ ช่วยให้ผิวฟู อ่อนเยาว์ และเมื่อผสมกับเทคนิคการร้อยไหมของคุณหมอที่เนรมิต คลินิก ซึ่งใช้เทคนิคพิเศษที่ทำให้รูปหน้าเป็น V – Shape โดยเฉพาะ จึงทำให้ใบหน้าสวยเรียวได้รูป ให้ผลลัพธ์ของสุดยอดใบหน้าเรียวอย่างที่คุณต้องพึงพอใจ โดยสรุปแล้วการร้อยไหมก้างปลานั้น ช่วยให้ใบหน้าเรียวได้ ดังนี้ 1. เส้นไหมก้างปลามีเงี่ยงช่วยยึดเกี่ยวกับใบหน้าได้มากกว่าเส้นไหมแบบธรรมดา เมื่อรวมกับเทคนิคพิเศษจะช่วยให้ใบหน้ากระชับเรียว หากร้อยไหมบริเวณคางก็จะยิ่งทำให้ใบหน้าเรียวเป็น V – Shape ได้ 2. เส้นไหมก้างปลาสามารถยกกระชับใบหน้าได้ ทำให้กรอบรูปหน้าชัดเจนมากยิ่งขึ้น 3.

เนรมิต คลินิกของเราเคยนำเสนอบทความเกี่ยวกับประเภทของเส้นไหมที่ใช้เพื่อการร้อยไหมไปแล้ว หลายคนคงพอทราบกันแล้วว่าเส้นไหมนั้นก็มีผลต่อการร้อยไหมของเราเช่นกัน แต่การร้อยไหมเหมือนเป็นการผสมผสานระหว่างศาสตร์ทางการแพทย์และศิลปะเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งวันนี้เรามีคำแนะนำดี ๆ เกี่ยวกับการร้อยไหมมาฝากกัน ว่าการร้อยไหมแบบไหนที่จะเหมาะกับคุณมากที่สุด เส้นไหมละลายแบบธรรมดา เส้นไหมที่นิยมในการร้อยไหมมากที่สุดนั้นคือ เส้นไหมละลาย เพราะให้ความปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อใบหน้า สามารถแก้ไขได้หลังจากที่ร้อยไหมแล้ว โดยจะให้ความสวยงามแก่ใบหน้าเป็นระยะเวลา 1 – 2 ปี ใบหน้านั้นจะยกกระชับ เรียบ เรียว ดูมีน้ำมีนวล อ่อนเยาว์มากยิ่งขึ้น และยังช่วยให้ระบบหมุนเวียนเลือดดีขึ้นได้ เพราะมีส่วนช่วยกระตุ้นคอลลาเจน จึงทำให้ใบหน้าของเราดูเด็กกว่าเดิมได้ เส้นไหมละลายแบบก้างปลา เส้นไหมละลายแบบก้างปลานี้เหมาะสำหรับใบหน้าที่ค่อนข้างมีอายุมากเป็นพิเศษ โดยไหมละลายแบบก้างปลานี้จะช่วยยกกระชับใบหน้าให้กลับเข้ารูปได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้แผลปิดสนิทเลย ซึ่งเส้นไหมก้างปลานั้นจะใช้เย็บกระชับใบหน้าและจะละลายหายไปภายใน 5 – 7 เดือน ซึ่งเมื่อไหมละลายไปแล้วก็จะไม่มีส่วนตกกับร่างกาย รับรองว่าปลอดภัยไร้กังวล และที่สำคัญยังทำให้ใบหน้ากระชับได้มากขึ้นเป็น 2 เท่า เพราะมีเงี่ยงที่ช่วยเกี่ยวยกกระชับผิวชั้นใต้ผิวหนังนั่นเอง และเช่นเดียวกับเส้นไหมละลายแบบธรรมดา คือ

เทรนด์การร้อยไหมมีมานานสักระยะหนึ่งแล้ว สาว ๆ คงรู้แล้วว่าการร้อยไหมช่วยให้ใบหน้าของเราอ่อนเยาว์ลงได้ ทำให้ใบหน้าสวยกระชับ แต่สาว ๆ หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า การร้อยไหมที่มีประสิทธิภาพนั้น ต้องเลือกเส้นไหมที่มีประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน ในวันนี้เนรมิต คลินิกก็มีเรื่องราวของ “เส้นไหม” มาฝากกันค่ะ •เส้นไหมมีกี่ประเภท ประเภทของเส้นไหมที่ใช้ร้อยไหมเพื่อใบหน้ากระชับสวยนั้น ส่วนใหญ่จะใช้เส้นไหม 3 ประเภท คือ 1. เส้นไหมแบบเรียบ หรือ Mono Threads คือเส้นไหมแบบเรียบ ไม่มีเกลียวหรือเงี่ยงกับตัวไหมเลย เส้นไหนประเภทนี้จะนิยมใช้ร้อยไหมตามบริเวณลำคอ หน้าผาก ใต้ตา โดยเส้นไหมประเภทนี้จะช่วยให้ผิวหนังเรียบตึง แต่ไม่ได้ช่วยยกชั้นผิวหนังให้กระชับ 2. เส้นไม้แบบเกลียว หรือ Screw Threads คือเส้นไหมสองเส้นที่ร้อยเกลียวเข้าด้วยกัน หรือเป็นเส้นไหมแบบเกลียวเส้นเดียว โดยเส้นไหมประเภทนี้จะให้ความแข็งแรงกว่าเส้นไหมประเภทแรก และยังมีประโยชน์ช่วยเพิ่มปริมาตรของผิวหนังที่ยุบตัวลงหรือเป็นแอ่ง ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเกิดกับผู้ที่อายุค่อนข้างเยอะ ซึ่งจะช่วยยกชั้นผิวหนังที่หย่อนยาน ให้กลับมาสวยกระชับ คืนความอ่อนเยาว์ได้อีกครั้งนั่นเอง 3. เส้นไหมแบบที่มีเงี่ยง

เทรนด์สาย ฝ. หรือสายฝรั่งนั้นมาแรง และคาดว่ากำลังจะมาอีกเรื่อย ๆ เลยล่ะค่ะ สำหรับการเสริมความงามให้ดูลูกครึ่ง สวยปังแบบนี้ ดังนั้น เพื่อไม่ให้เป็นการพลาดเทรนด์ดีๆ เนรมิต คลินิก คลินิกเสริมความงาม โคราชก็ขอนำเทรนด์กับเขาด้วยอีกคน โดยสาวคนไหนที่อยากสวยแบบสาย ฝ. ให้เป๊ะและปังเวอร์นั้น วันนี้เราก็มีตัวช่วยดี ๆ ของเนรมิต คลินิกมาฝากกันค่ะ 1. ผิวต้องเรียบเนียน ไร้สิว สำหรับใครที่อยากสวยแบบสาย ฝ. ขอแนะนำให้ผิวเรียบเนียนก่อนเลยค่ะ ใครที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง เป็นสิว ขอบอกว่าคุณกำลังตกเทรนด์แล้ว เพราะฉะนั้นหากใครที่มีปัญหาผิว เนรมิต คลินิกขอแนะนำให้มาดูแลผิวหน้ากับเรา เพราะเรามีคอร์สเสริมความงามให้กับผิว ไม่ว่าจะเป็นการให้อาหารผิว (Skin Food) การทำไครโอแมชชีน (Cryo machine) , AHA

เดี๋ยวนี้ไม่ว่าหันไปทางไหน ก็พบว่ามีคลินิกเสริมความงามให้บริการเสริมจมูกอยู่เต็มไปหมดเลย จริงไหมคะ? รวมทั้งยังมีโปรโมชั่นล่อตาล่อใจใครต่อใครหลายคน วันนี้ เนรมิต คลินิกของเราจึงมีคำแนะนำดีๆ มาฝากกันค่ะ ว่าควรจะดูสถานเสริมความงามแต่ละที่ก่อนการตัดสินใจให้มั่นใจได้จริงๆ ว่า มีความปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน ซิลิโคนที่ใช้ได้มาตรฐานหรือไม่ และให้บริการโดยคุณหมอผู้เชี่ยวชาญหรือเปล่า ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะตามมาในภายหลังการผ่าตัดเสริมจมูกนั่นเอง และวันนี้คลินิกเสริมความงาม โคราช เนรมิต คลินิกของเรา ก็มีความรู้เกี่ยวกับการจับสังเกตเพื่อดูว่าจมูกที่เสริมนั้นเริ่มมีปัญหาแล้วหรือไม่ มาฝากกันด้วย 1. ช่วงสัปดาห์แรก ในช่วง 7 วันแรกของการเสริมจมูกนั้น เป็นช่วงที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะหากร่างกายอ่อนแอก็อาจจะติดเชื้อได้ง่าย ซึ่งปกติแล้วจมูกนั้นจะบวมช้ำช่วง 2 – 3 วันแรก ซึ่งไม่ต้องตกใจไปนะคะ แต่หลังจากนั้นจมูกก็จะค่อย ๆ ยุบลงไปเอง แต่หากว่าหลังจากวันที่ 3 ไปแล้ว สังเกตได้ว่าจมูกไม่ยุบ แถมยังมีอาการบวมมากขึ้น ๆ เรื่อย

ในคราวที่แล้วเนรมิต คลินิก คลินิกเสริมความงาม โคราช ของเรา ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการเสริมจมูกรูปทรงต่างๆ รวมถึงข้อดีของการเสริมจมูกและความรู้ที่น่าสนใจเกี่ยวกับซิลิโคนในการเสริมจมูกกันไปแล้ว แต่หลายคนก็อาจยังมีข้อสงสัยในหลายๆ เรื่องกันอยู่ วันนี้เนรมิต คลินิก คลินิกเสริมจมูก โคราช ของเรา เลยรวบรวมคำตอบของแต่ละคำถามจากหลายๆ ท่านมาฝากกันค่ะ 1. เป็นไซนัสอักเสบ เสริมจมูกได้หรือไม่? คำถามยอดฮิตกันเลยทีเดียว เพราะปัจจุบันนี้ เราพบว่ามีคนไม่น้อยเลยที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคไซนัสอักเสบ ซึ่งก่อนอื่นขอทำความเข้าใจก่อนเลยว่า โรคไซนัสอักเสบนั้นเกิดจากการอักเสบในโพรงจมูกของกระดูกใบหน้า ที่อาจจะเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น แต่คนที่เป็นไซนัสอักเสบ ก็สามารถเสริมจมูกได้นะคะ เพราะการเสริมจมูก จะเป็นการวางซิลิโคนบนใต้ผิวหนังและเนื้อกระดูกใบหน้า ซึ่งเป็นคนละตำแหน่งที่จะเกิดไซนัสเลยค่ะ โดยการเสริมจมูกนั้น เนรมิต คลินิกขอบอกก่อนเลยว่า ไม่ใช่วิธีแก้ไขปัญหาโรคไซนัสอักเสบแน่นอน ตัวอาการไซนัสอักเสบจะดีขึ้นหรือแย่ลง ไม่ได้อยู่ที่การเสริมจมูกแต่อย่างใด แต่ขอแนะนำว่าหากมีอาการไซนัสอักเสบอยู่ ก็ควรจะรักษาให้หายสนิทเสียก่อนนะคะ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อหลังจากการผ่าตัดเสริมจมูกไปแล้วนั่นเอง 2. ไม่อยากเสริมจมูกแล้ว ถอดออกเลยได้หรือไม่? ปัญหานี้มักจะเกิดสำหรับคนที่เมื่อเสริมจมูกไปแล้วมีปัญหาเกิดขึ้น