จี้ไฝข้างขมับ
จี้ไฝข้างขมับ จี้ไฝข้างขมับ วิธีการและประโยชน์ที่คุณควรรู้ การจี้ไฝเป็นกระบวนการทางการแพทย์ที่ได้รับความนิยมในการกำจัดไฝหรือจุดด่างดำที่ไม่พึงประสงค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อไฝปรากฏบริเวณใบหน้า เช่น ข้างขมับ ซึ่งเป็นจุดที่หลายคนต้องการให้ผิวเรียบเนียนปราศจากจุดบกพร่อง ในบทความนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับการจี้ไฝข้างขมับ วิธีการและประโยชน์ที่คุณควรรู้ จี้ไฝข้างขมับ คืออะไร? ไฝคือการเจริญเติบโตของเซลล์เมลาโนไซต์ที่อยู่ในผิวหนัง สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่บนร่างกาย แต่เมื่อไฝปรากฏบริเวณข้างขมับ ซึ่งเป็นจุดที่มีความสำคัญในการเสริมสร้างรูปลักษณ์ ไฝข้างขมับจึงกลายเป็นจุดที่หลายคนสนใจในการกำจัด ทำไมถึงควรจี้ไฝข้างขมับ? การจี้ไฝข้างขมับมีหลายเหตุผล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความสวยงาม ความมั่นใจ หรือเพื่อสุขภาพผิว หลายคนพบว่าไฝที่ข้างขมับเป็นจุดที่ดึงดูดความสนใจและทำให้ไม่มั่นใจในตัวเอง การจี้ไฝจึงเป็นวิธีที่ช่วยให้ผิวหน้าดูเรียบเนียนและปรับปรุงภาพลักษณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระบวนการ จี้ไฝข้างขมับ การจี้ไฝสามารถทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับขนาดและประเภทของไฝที่ต้องการกำจัด ซึ่งวิธีที่นิยมใช้คือการจี้ไฝด้วยเลเซอร์ เลเซอร์จะปล่อยพลังงานความร้อนทำลายเซลล์เมลาโนไซต์ที่เป็นไฝ ทำให้ไฝนั้นหายไป กระบวนการนี้มักใช้เวลาไม่นานและไม่ทำให้รู้สึกเจ็บมากนัก หลังจากการจี้ไฝ ผิวจะต้องใช้เวลาฟื้นฟูเพียงเล็กน้อย ก่อนที่จะแสดงผลลัพธ์ที่เรียบเนียนตามที่ต้องการ ข้อดีของการจี้ไฝข้างขมับ ความแม่นยำสูง: เลเซอร์สามารถกำหนดตำแหน่งและขนาดของไฝได้อย่างแม่นยำ ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและสวยงาม ลดความเสี่ยงการเกิดแผลเป็น: การจี้ไฝด้วยเลเซอร์มีโอกาสน้อยที่จะทำให้เกิดแผลเป็นเมื่อเทียบกับวิธีการกำจัดไฝแบบอื่น การฟื้นตัวเร็ว: หลังจากการจี้ไฝ ผิวบริเวณที่ทำการรักษาจะฟื้นตัวเร็วและกลับมาเป็นปกติในเวลาอันสั้น ข้อควรระวัง แม้ว่าการจี้ไฝจะเป็นกระบวนการที่ปลอดภัย แต่ก็ยังมีข้อควรระวังที่ต้องทราบ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรงในช่วงเวลาหลังจากการจี้ไฝ และควรใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่เหมาะสมเพื่อป้องกันการเกิดรอยดำหรือแผลเป็น การจี้ไฝข้างขมับเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการกำจัดไฝที่ไม่พึงประสงค์ และสามารถช่วยให้ผิวหน้าดูเรียบเนียนและสวยงามมากยิ่งขึ้น หากคุณกำลังมองหาวิธีในการปรับปรุงภาพลักษณ์และเพิ่มความมั่นใจ
ผ่าตัดแผลเป็นนูนคีลอยด์ที่ใบหู
ผ่าตัดแผลเป็นนูนคีลอยด์ที่ใบหู ผ่าตัดแผลเป็นนูนคีลอยด์ที่ใบหู แผลคีลอยด์เป็นภาวะที่ส่วนของผิวหนังมีการทำลายเนื้อเยื่อและเลือดอักเสบ การรักษาแผลคีลอยด์เป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันการติดเชื้อและส่งเสริมการหายของแผลให้เร็วขึ้น ด้วยขั้นตอนการรักษาที่ถูกต้องและการดูแลที่เหมาะสม คุณสามารถช่วยให้แผลคีลอยด์หายได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่คือบทความที่จะสอนเราวิธีการรักษาและป้องกันแผลคีลอยด์ให้เหมาะสม และลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะนี้อีกครั้ง "การเข้าใจและรักษาแผลคีลอยด์" แผลคีลอยด์เป็นชนิดของรอยแผลที่เกิดขึ้นหลังจากบาดเจ็บหรือบาดเจ็บ แต่ต่างจากรอยแผลปกติ แผลคีลอยด์มักจะเจริญเติบโตเกินพื้นที่ของแผลเดิมและมักมีความหนาและเข้มสีมากขึ้น สาเหตุของแผลคีลอยด์เกิดจากการสร้างคอลลาเจนมากเกินไปในระหว่างกระบวนการหายของแผล การรักษาแผลคีลอยด์สามารถเป็นที่ท้าทาย เนื่องจากมักมีการกลับมาของแผลคีลอยด์แม้หลังจากถูกกำจัดออกแล้ว อย่างไรก็ตาม มีวิธีการหลายวิธีที่มีอยู่เพื่อช่วยจัดการและลดการปรากฏของแผลคีลอยด์ หนึ่งในวิธีการรักษาที่พบบ่อยคือการฉีดสเตียรอยด์ ซึ่งช่วยลดการอักเสบและทำให้เนื้อเยื่อแผลเรียบขึ้น การฉีดสเตียรอยด์จะทำทุกๆ หลายสัปดาห์จนกระทั่งแผลคีลอยด์ดีขึ้น อีกทางเลือกหนึ่งคือการถอดแผลคีลอยด์ด้วยการผ่าตัด ตามด้วยการรักษาด้วยรังสีเพื่อป้องกันการกลับมาของแผล วิธีนี้มักถูกนำมาใช้สำหรับแผลคีลอยด์ขนาดใหญ่หรือแผลที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาอื่นๆ การใช้วิธีการเย็นเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งเป็นการใช้ไนโตรเจนเหลวเย็นเข้าสู่แผลคีลอยด์ เพื่อช่วยลดขนาดและลดการปรากฏของแผล อย่างไรก็ตาม อาจจำเป็นต้องทำการหลายครั้งและมีความเสี่ยงต่อการทำลายผิวหนังหรือการเปลี่ยนสีผิว ผ้าแผ่นซิลิโคนหรือครีมที่มีส่วนผสมของซิลิโคนสามารถใช้ประทับแผลคีลอยด์เพื่อทำให้เนื้อเยื่อเรียบลงและมีความนุ่ม ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มักถูกใช้ร่วมกับวิธีการรักษาอื่นๆ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด นอกจากการรักษาทางการแพทย์ ยังมีขั้นตอนที่คุณสามารถทำเองที่บ้านเพื่อช่วยจัดการแผลคีลอยด์ได้ด้วย เช่น การให้ความชุ่มชื้นแก่แผลและการดูแลผิวหนังให้ดี สรุปมาแล้ว การรักษาแผลคีลอยด์มีความท้าทาย แต่ไม่ใช่เรื่องที่หายยากไป ด้วยวิธีการที่เหมาะสมและการดูแลอย่างเหมาะสม คุณสามารถจัดการและลดการปรากฏของแผลคีลอยด์ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่าตัดแผลเป็นนูนคีลอยด์ที่ใบหู คีลอยด์ (keloid) คือภาวะผิวหนังที่มีการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อเกินปกติ โดยผิวหนังบริเวณนั้นจะบวมและแดงมากผิดปกติ และมีการขยายตัวออกไปนอกบริเวณบาดแผลเรื่อยๆและไม่หายไปตามธรรมชาติ ซึ่งทำให้คีลอยด์แตกต่างจากแผลเป็นนูน (hypertrophic scar) ตรงที่ แผลเป็นนูนนั้นไม่มีการขยายตัวเกินกว่ารอยบาดแผล
แผลคีลอยด์จากการเจาะหู
แผลคีลอยด์จากการเจาะหู แผลคีลอยด์จากการเจาะหู แผลคีลอยด์เป็นภาวะที่ส่วนของผิวหนังมีการทำลายเนื้อเยื่อและเลือดอักเสบ การรักษาแผลคีลอยด์เป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันการติดเชื้อและส่งเสริมการหายของแผลให้เร็วขึ้น ด้วยขั้นตอนการรักษาที่ถูกต้องและการดูแลที่เหมาะสม คุณสามารถช่วยให้แผลคีลอยด์หายได้อย่างมีประสิทธิภาพ นี่คือบทความที่จะสอนเราวิธีการรักษาและป้องกันแผลคีลอยด์ให้เหมาะสม และลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะนี้อีกครั้ง "การเข้าใจและรักษาแผลคีลอยด์" แผลคีลอยด์เป็นชนิดของรอยแผลที่เกิดขึ้นหลังจากบาดเจ็บหรือบาดเจ็บ แต่ต่างจากรอยแผลปกติ แผลคีลอยด์มักจะเจริญเติบโตเกินพื้นที่ของแผลเดิมและมักมีความหนาและเข้มสีมากขึ้น สาเหตุของแผลคีลอยด์เกิดจากการสร้างคอลลาเจนมากเกินไปในระหว่างกระบวนการหายของแผล การรักษาแผลคีลอยด์สามารถเป็นที่ท้าทาย เนื่องจากมักมีการกลับมาของแผลคีลอยด์แม้หลังจากถูกกำจัดออกแล้ว อย่างไรก็ตาม มีวิธีการหลายวิธีที่มีอยู่เพื่อช่วยจัดการและลดการปรากฏของแผลคีลอยด์ หนึ่งในวิธีการรักษาที่พบบ่อยคือการฉีดสเตียรอยด์ ซึ่งช่วยลดการอักเสบและทำให้เนื้อเยื่อแผลเรียบขึ้น การฉีดสเตียรอยด์จะทำทุกๆ หลายสัปดาห์จนกระทั่งแผลคีลอยด์ดีขึ้น อีกทางเลือกหนึ่งคือการถอดแผลคีลอยด์ด้วยการผ่าตัด ตามด้วยการรักษาด้วยรังสีเพื่อป้องกันการกลับมาของแผล วิธีนี้มักถูกนำมาใช้สำหรับแผลคีลอยด์ขนาดใหญ่หรือแผลที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาอื่นๆ การใช้วิธีการเย็นเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งเป็นการใช้ไนโตรเจนเหลวเย็นเข้าสู่แผลคีลอยด์ เพื่อช่วยลดขนาดและลดการปรากฏของแผล อย่างไรก็ตาม อาจจำเป็นต้องทำการหลายครั้งและมีความเสี่ยงต่อการทำลายผิวหนังหรือการเปลี่ยนสีผิว ผ้าแผ่นซิลิโคนหรือครีมที่มีส่วนผสมของซิลิโคนสามารถใช้ประทับแผลคีลอยด์เพื่อทำให้เนื้อเยื่อเรียบลงและมีความนุ่ม ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มักถูกใช้ร่วมกับวิธีการรักษาอื่นๆ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด นอกจากการรักษาทางการแพทย์ ยังมีขั้นตอนที่คุณสามารถทำเองที่บ้านเพื่อช่วยจัดการแผลคีลอยด์ได้ด้วย เช่น การให้ความชุ่มชื้นแก่แผลและการดูแลผิวหนังให้ดี สรุปมาแล้ว การรักษาแผลคีลอยด์มีความท้าทาย แต่ไม่ใช่เรื่องที่หายยากไป ด้วยวิธีการที่เหมาะสมและการดูแลอย่างเหมาะสม คุณสามารถจัดการและลดการปรากฏของแผลคีลอยด์ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แผลคีลอยด์จากการเจาะหู คีลอยด์ (keloid) คือภาวะผิวหนังที่มีการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อเกินปกติ โดยผิวหนังบริเวณนั้นจะบวมและแดงมากผิดปกติ และมีการขยายตัวออกไปนอกบริเวณบาดแผลเรื่อยๆและไม่หายไปตามธรรมชาติ ซึ่งทำให้คีลอยด์แตกต่างจากแผลเป็นนูน (hypertrophic scar) ตรงที่ แผลเป็นนูนนั้นไม่มีการขยายตัวเกินกว่ารอยบาดแผล
จี้ไฝใต้ตา
จี้ไฝใต้ตา จี้ไฝใต้ตา ด้วยเครื่อง Ellman เป็นกระบวนการที่ต้องการความแม่นยำและความเชี่ยวชาญจากแพทย์ผิวหนัง เนื่องจากบริเวณใต้ตาเป็นพื้นที่ที่บอบบางและมีความไวต่อการบาดเจ็บมากกว่าส่วนอื่นของใบหน้า การจี้ไฝด้วยเครื่อง Ellman ใช้เทคโนโลยีคลื่นวิทยุความถี่สูง (Radio Frequency, RF) ซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัยและมีผลข้างเคียงน้อย จี้ไฝใต้ตา ด้วยเครื่อง Ellman: การเตรียมตัว: ทำความสะอาดบริเวณใต้ตา ใช้ยาชาเฉพาะที่เพื่อลดความเจ็บปวดระหว่างการทำ การจี้ไฝ: แพทย์จะใช้เครื่อง Ellman ที่มีหัวแบบพิเศษ ซึ่งสามารถปล่อยคลื่นความถี่สูงไปยังไฝใต้ตาได้อย่างแม่นยำ คลื่นวิทยุจะทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นร้อนขึ้นและทำลายไฝให้หลุดออกมา การดูแลหลังการจี้ไฝ: ทาครีมหรือยาตามที่แพทย์แนะนำเพื่อป้องกันการติดเชื้อและช่วยในการฟื้นฟูของผิว หลีกเลี่ยงการโดนน้ำหรือแสงแดดโดยตรงในบริเวณที่ทำการจี้ไฝ ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เช่น ไม่ถูหรือขยี้บริเวณที่ทำการจี้ไฝ ข้อดีของการจี้ไฝใต้ตาด้วยเครื่อง Ellman: ความแม่นยำสูง ทำให้ลดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อรอบข้าง การหายของแผลเร็วและลดความเสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็น ผลข้างเคียงน้อย เช่น แผลเป็นหรือรอยดำ เนื่องจากการจี้ไฝใต้ตาเป็นกระบวนการที่มีความละเอียดอ่อน ควรเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญในด้านนี้ หากคุณสนใจทำการจี้ไฝใต้ตาด้วยเครื่อง Ellman ควรปรึกษาแพทย์ผิว คุณหมอปุ๊ได้รักษาด้วยเครื่อง
จี้ไฝตา
จี้ไฝตา จี้ไฝตา ด้วยเครื่อง Ellman เป็นการใช้เทคโนโลยีวิทยุความถี่สูง (Radio Frequency, RF) เพื่อกำจัดไฝ หรือจุดด่างดำบนผิวหนัง เป็นวิธีการที่มีความแม่นยำสูงและผลข้างเคียงน้อยกว่าการใช้วิธีการอื่นๆ เช่น การใช้เลเซอร์ หรือการผ่าตัด เครื่องจี้ไฝพลังงานคลื่นวิทยุ (Radio Frequency : RF) สำหรับเครื่องจี้ไฝพลังงานคลื่นวิทยุ (Radio Frequency : RF) ทางเราใช้ยี่ห้อ Ellman Surgitron นำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเครื่องจี้ไฝพลังงานคลื่นวิทยุที่มีประสิทธิภาพสูงมาก ใช้สำหรับการจี้ไฝ ขี้แมลงวัน หูด รวมทั้งติ่งเนื้อต่าง ๆ หลังจี้แล้วไม่ทำให้เกิดรอยแผลเป็นแต่อย่างใด แผลสามารถโดนน้ำได้ และจะหายไปภายใน 2 สัปดาห์หลังจากการจี้ไฝ จี้ไฝตา ด้วยเครื่อง Ellman: การเตรียมตัว: ทำความสะอาดบริเวณที่ต้องการจี้ไฝ
ผ่าตัดคีลอยด์
ผ่าตัดคีลอยด์ ผ่าตัดคีลอยด์ และ แผลเป็นนูนเป็นอย่างไร ? ลักษณะเป็นปื้นนูนแข็ง ตามแนวรอยแผล (กรณีของแผลเป็นนูน) หรือล้ำออกมานอกรอยแผล (กรณีของคีลอยด์) เกิดตามหลังการบาดเจ็บหรือการอักเสบรุนแรงของผิวหนัง เนื่องจากมีการซ่อมแซมของผิวหนังที่มากผิดปกติ อาจมีอาการคันและเจ็บร่วม กรณีเป็นคีลอยด์สามารถขยายขนาดขึ้นได้เรื่อยๆ พบบ่อยในผู้มีแผลเป็นนูนมาก่อน มีผิวเข้ม การเกิดแผลในตำแหน่งที่มีความตึงของผิวสูง เช่น หน้าอก ไหล่ สะบักหลัง แนวกราม และพบมากขึ้นในแผลติดเชื้อ แผลลึก ผ่าตัดคีลอยด์ รักษาอย่างไร ? วิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพดี การฉีดยาสเตียรอยด์เข้าไปในแผล เป็นการรักษาหลัก เลเซอร์ชนิด Pulse dye laser หรือ V beam laser เป็นการรักษาร่วม โดยเลเซอร์ จะช่วยลดรอยแดงเพิ่มความเรียบเนียน เพิ่มประสิทธิภาพทั้งด้านการรักษาและป้องกันการเกิดแผลเป็น การจี้เย็นด้วยไนโตรเจนเหลว (Cryotherapy) เป็นการรักษาร่วมในรอยโรคที่นูนหนาแข็งมาก
รักษาแผลเป็น
รักษาแผลเป็น รักษาแผลเป็น แผลเป็นนูนเกินหรือคีลอยด์หมายถึง แผลเป็นที่โตนูนและขยายใหญ่เกินขอบเขตของแผลเดิมไปมาก มีลักษณะหนาแข็ง และนูนขึ้นมา แผลเป็นอาจมีผิวสีเข้มหรือสีซีดก็ได้ รักษาแผนเป็น ด้วย A-TONE Premium IPL & PIP Toning เทคนิคแสงความเข้มข้นสูง คืออะไร IPL (ย่อมาจาก Intense Pulsed Light) เป็นเครื่องมือที่ให้ลำแสงที่มีความเข้มข้นสูงมีความยาวของคลื่นแสงตั้งแต่ 515 ถึง 1,200 นาโนเมตร • และสามารถปรับความยาวของคลื่น และระยะเวลาการปล่อยลำแสงที่พอเหมาะในการใช้งานโดยการใช้ฟิลเตอร์ • หลักการทำงานของ IPL แตกต่างจาก Laser ตรงที่คลื่นแสงที่ถูกปล่อยออกมาจะมีช่วงความยาวของคลื่นแสงที่กว้างกว่า • IPL ถูกนำมาใช้งานในการรักษารอยโรคบางชนิดบนผิวหนังและใช้ในการปรับสภาพผิวหน้าในผู้ป่วย ปัจจุบันมีเครื่อง IPL หลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป รอยผิวที่สามารถรักษาได้โดย IPL ได้แก่ 1. รอยโรคของเส้นเลือด
รักษาฝ้ากระ
รักษาฝ้ากระ รักษาฝ้ากระ ปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ ที่ผู้หญิงวัย 30 ขึ้นไปมักพบเจอ เป็นตัวการทำหน้าโทรม แลดูไม่สดใส แถมบางครั้งยังทำให้รู้สึกเหมือนแก่ก่อนวัย โชคดีที่ปัจจุบันเราสามารถรักษาและดูแลผิวหน้าให้กลับมาดีขึ้นได้แบบง่ายๆ และเห็นผลเร็ว ด้วยการทำเลเซอร์ ซึ่งปัจจุบันมีเลเซอร์หลายประเภทที่ใช้ในการรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ ลบรอยแผลเป็น แต่วันนี้เราจะกล่าวถึงนวัตกรรมการ ‘ทำเลเซอร์ Medlite C6’ ว่าคืออะไร? ทำแล้วจะช่วยให้ผิวหน้าดีขึ้นอย่างไร? และมีความปลอดภัยมากแค่ไหน? มาทราบไปพร้อมๆ กันได้เลย รักษาฝ้ากระ ด้วย Laser Medlite C6 Medlite C6 คือ นวัตกรรมเลเซอร์ที่ใช้ในการรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยแผลเป็น รอยสิวและฟื้นฟูผิวระดับ “Gold Standard” ที่มีความปลอดภัยสูงจากประเทศสหรัฐอเมริกา
รักษาฝ้า
รักษาฝ้า รักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ ที่ผู้หญิงวัย 30 ขึ้นไปมักพบเจอ เป็นตัวการทำหน้าโทรม แลดูไม่สดใส แถมบางครั้งยังทำให้รู้สึกเหมือนแก่ก่อนวัย โชคดีที่ปัจจุบันเราสามารถรักษาและดูแลผิวหน้าให้กลับมาดีขึ้นได้แบบง่ายๆ และเห็นผลเร็ว ด้วยการทำเลเซอร์ ซึ่งปัจจุบันมีเลเซอร์หลายประเภทที่ใช้ในการรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ ลบรอยแผลเป็น แต่วันนี้เราจะกล่าวถึงนวัตกรรมการ ‘ทำเลเซอร์ Medlite C6’ ว่าคืออะไร? ทำแล้วจะช่วยให้ผิวหน้าดีขึ้นอย่างไร? และมีความปลอดภัยมากแค่ไหน? มาทราบไปพร้อมๆ กันได้เลย รักษาฝ้าด้วยMedlite C6 Medlite C6 คือ นวัตกรรมเลเซอร์ที่ใช้ในการรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยแผลเป็น รอยสิวและฟื้นฟูผิว ซึ่งเป็นเทคโนโลยี Q-Switched Nd:YAG ที่สามารถปล่อยพลังงานเลเซอร์ออกมา 2 ชนิด คือ
ลบรอยสักใน5นาที
ลบรอยสักใน5นาที ลบรอยสักใน5นาที การทำให้ผิวพรรณมีความเกลี้ยงเกลา ขาวใสไร้จุดด่างดำ และกำจัดขนหรือลบรอยที่ไม่พึงประสงค์อย่างเช่นรอยสัก เป็นที่ต้องการของผู้คนมากมายและยังส่งผลให้เกิดการรักษาด้วยวิธีต่างๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และด้วยวิวัฒนาการที่ก้าวหน้าในปัจจุบันของการดูแลผิวยุคใหม่ หนึ่งในวิธีการที่นิยมกันอย่างกว้างขวาง คือ การทำ Yag Laser ลบรอยสักใน5นาที Yag Laser คืออะไร และทำงานอย่างไร? Yag Laser (Yttrium-Aluminum Garnet Laser) หรือที่คนทั่วไปรู้จักกันดีในชื่อทางการค้า Gentle Yag เป็นเทคโนโลยีเพื่อการปรับสภาพผิวประเภทหนึ่ง ซึ่งมีวิธีการคือปล่อยแสงในคลื่นความถี่ที่เหมาะสม เข้าไปยังรอยดำหรือจุดดำคล้ำที่อยู่ลึกในชั้นผิวหนังขนาดเล็ก ขณะยิงเลเซอร์จะปล่อยพลังออกมาในช่วงสั้นๆ แต่ให้กำลังแสงสูง แสงเลเซอร์ที่ปล่อยออกไปจะถูกเมลานินหรือเซลล์เม็ดสีในผิวหนังดูดซับ จากนั้นเซลล์เม็ดสีจะถูกทำลายแล้วสลายไปตามธรรมชาติ เป็นวิธีที่ไม่ส่งผลร้ายหรือทำลายเซลล์ผิวที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง Yag Laser มี 2 ความยาวคลื่น ได้แก่ เลเซอร์ที่มีความยาวคลื่น 532 นาโนเมตร เหมาะในการใช้กับเม็ดสีที่อยู่บนผิวหนังชั้นตื้น เลเซอร์ที่มีความยาวคลื่น 1,064 นาโนเมตร