แพทย์และเจ้าหน้า เนรมิต คลินิก ที่มีการฝึกอบรมและอัปเดทความรู้ใหม่ๆอย่างสม่ำเสมอ
ให้บริการด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง

FB : https://www.facebook.com/neramitclinic

สิวผดเกิดขึ้นได้ยังไง…..รักษาแบบไหนดี ? Tag

ปัญหาสุดกลุ้มของผิวพรรณ ที่เรียกได้ว่าเป็นญาติสนิทกับรอยกระ เพราะกระบวนการเกิดนั้นคล้ายคลึงกันมาก ฝ้า คือเม็ดสีในผิวหนังที่ถูกสร้างขึ้นมามากกว่าปกติ ทำให้เกิดปื้นสีน้ำตาลเป็นรอยคล้ำ บางคนสีอ่อนบางคนสีเข้ม แตกต่างกันไป แต่ฝ้าจะมีบริเวณที่กว้างกว่า มองเห็นได้ชัดกว่า สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกส่วนของใบหน้าส่วนใหญ่แล้วมักจะมีฝ้าบริเวณโหนกแก้ม  เหนือริมฝีปาก หน้าผาก โดยตัวเลขเฉลี่ยของคนที่เป็นฝ้าส่วนใหญ่จะเริ่มจากวัย 30 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ในชีวิตประจำวันเช่น คนที่ต้องทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ ต้องโดนรังสีจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ บางคนอาจจะทำอาหารต้องอยู่หน้าเตาไฟบ่อย ๆ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนก็มีผลทำให้เกิด ฝ้า ได้ทั้งสิ้น ” เป็นปัญหาผิวที่แก้ยากที่สุดชนิดหนึ่ง และบั่นทอนความมั่นใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในผู้หญิงที่ถึงช่วงที่ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง รวมทั้งการที่ผิว และต้องเผชิญแสงแดดตลอด ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เม็ดสีเมลานินถูกกระตุ้น ฝ้า กระ ก็จะเป็นมากขึ้น จนบางครั้งเกิดเป็นฝ้าถาวร สาเหตุการเกิดฝ้า                ฝ้าเกิดจากอะไร ? ฝ้า หรือ Melasma เกิดจากการที่เม็ดสีผิวหรือเม็ดสีเมลานิน

            สิวอุดตัน นับว่าเป็นสิวที่สร้างความกวนใจต่อผู้ที่ต้องเผชิญอยู่ไม่น้อย เพราะสิวอุดตันคือสิวที่พบได้มากที่สุด ซึ่งมันจะผุดขึ้นมาบนใบหน้าของเราและสร้างความรำคาญใจให้กับเจ้าของใบหน้า เพราะมันทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียน ขรุขระเป็นตุ่มเป็นเนิน แม้ว่าสิวชนิดนี้จะดูสงบเสงี่ยมเจียมตัวไม่สร้างความเจ็บปวด แต่มันก็ดื้อด้านพอสมควร ไม่มีทางหายไปได้เอง พูดง่าย ๆ ว่าถ้าไม่รีบกำจัดออกมันก็จะยิ่งอัดแน่นในรูขุมขุมขนและอาจลุกลามจนเกินเยียวยา จนเข้าขั้นเป็นสิวโคม่าเลยทีเดียว พึงระลึกไว้เถอะว่าถ้าสิวอุดตันฝังอยู่บนหน้าเรานานแค่ไหน ยามที่เราเอามันออกมามันจะทิ้งหลุมลึกไว้ (ลึกตามระยะเวลาที่มันสิงสถิตอยู่บนใบหน้าของเรา) แถมรูขุมขนก็ใหญ่ขึ้นตามขนาดของเม็ดสิวอีกด้วย เรียกได้ว่า เจ้าสิวอุดตันนี่แหละที่เป็นตัวการสำคัญทำให้ผิวหน้าที่เคยเรียบเนียนของเราต้องกลายเป็นหลุมเป็นบ่อแบบพระจันทร์ ชนิดของสิวอุดตัน       สิวอุดตันชนิดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า (Microcomedone) โดยธรรมชาติของมนุษย์เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น จะเริ่มมีการสร้างฮอร์โมนที่เรียกว่าแอนโดรเจน ต่อมไขมันจะเริ่มตอบสนองต่อฮอร์โมนตัวนี้ ทำให้มีการหลั่งไขมันมากขึ้น นอกจากนี้แอนโดรเจนยังไปกระตุ้นให้มีการสร้างเซลล์ชั้นขี้ไคลของรูขุมขนได้ด้วย จนทำให้เกิดลักษณะที่เรียกว่า “ไมโครโคมีโดน” ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดสิวทั้งหลาย ซึ่งไมโครโคมีโดนนี้อาจจะหายไปได้เองหรือพัฒนาต่อไปกลายเป็นสิวลักษณะอื่น ๆ ได้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยร่วมบางอย่าง เช่น หากมีการสะสมของไขมันและเซลล์ชั้นขี้ไคลมากขึ้นเรื่อย ๆ จะทำให้เกิดสิวอุดตันหัวเปิดหรือสิวอุดตันหัวปิด แต่ถ้ามีแบคทีเรีย P.

          สิว เป็นปัญหาอย่างหนึ่งที่ไม่ว่าใครก็ตาม ชาย หญิง อายุน้อยหรือมากต้องพบเจอกับปัญหาการเกิดสิวขึ้นบนใบหน้าอย่างแน่นอน ไม่เพียงเท่านั้น หลังจากสิวหายยังจะทิ้งรอยดำและรอยแดงบนใบหน้าของเราอีกด้วย ดังนั้นในบทความนี้เราจะมาทำความเข้าใจใหม่กับปัญหาของสิว ก่อนที่เราจะเรียนรู้ว่าจะกำจัดเจ้าตัวเจ้าปัญหาออกจากใบหน้าของเราได้อย่างไร และไม่ให้ใบหน้าเรากลับมาเป็นสิวซ้ำๆซากๆอีก เราจึงต้องทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่ก่อให้เกิดสิวกันก่อน            สาเหตุของการเกิดสิว ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่คงไม่มีใครรอดความร้ายกาจของสิวได้ ที่ต้องขึ้นมาตามใบหน้าของเราอย่างไม่ทันตั้งตัว เนื่องด้วยฮอร์โมนแอนโดรเจนที่มีหน้าที่ควบคุมการสร้างน้ำมันเกิดการแกว่งตัวอย่างรุนแรง ต่อมาคือการรักษาความสะอาดบนใบหน้า ในการใช้ชีวิตประจำวันแต่ละวันไม่ว่าจะเป็นการ จับ ลูบ แคะ แกะ จนทำให้ผิวเกิดการอักเสบจนเป็นสาเหตุของการเกิดสิว และไม่ได้ทำการรักษาสิวอย่างถูกวิธี ทำให้มีสิวตกค้างอยู่ภายใต้ผิวหนังและเป็นสาเหตุหลักที่เกิดสิวเมื่อมีการกระตุ้นจากปัจจัยที่ได้บอกไปทำให้สิวไม่หายขาดไปจากใบหน้าซะที           วิธีรักษาสิวบนใบหน้า ปัญหาการเกิดสิวนั้นเกิดขึ้นจากทั้งปัจจัยทั้งภายในและภายนอก การรักษาสิวที่เกิดจากปัจจัยภายในเช่น ไม่เครียดจนเกินไป พักผ่อนให้เพียงพอ หรือทานอาหารที่เป็นประโยชน์ และ การรักษาสิวที่เกิดจากปัจจัยภายนอกจึงสามารถทำได้โดยเลือกการใช้ครีม หรือ โฟมล้างหน้าที่เหมาะกับธรรมชาติผิวของเรา            การเลือกครีมลดสิวที่เหมาะกับสภาพผิวของใบหน้าก็สำคัญ ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้ในตลาดมีครีมมากมาย แต่สงสัยหรือไม่

ผิวผสม (Combination Skin) ผิวผสมคือ ในผิวผสมสภาพผิวจะมีความแตกต่างกันในบริเวณที่เป็น T-zone และ บริเวณแก้มสาเหตุของผิวผสม บริเวณที่มีผิวมันของผิวผสม เกิดจากการผลิตน้ำมันที่มากเกินไป ส่วนบริเวณผิวมันบริเวณ T-Zone (หน้าผากคางและจมูก) และผิวแห้งบริเวณแก้มบ่งบอกถึงผิวผสม ที่ผิวแห้งเกิดจากการขาดน้ำมัน และสมดุลไขมันผิดปกติ ลักษณะของผิวผสมจำแนกได้จาก: มันบริเวณทีโซน (หน้าผากคางและจมูก) รูขุมขนขยายใหญ่ขึ้นในบริเวณนี้อาจจะมีสิ่งสกปรกอุดตัน ปกติบริเวณแก้มจะแห้ง การประเมินประเภทของผิว และสภาพผิว (Evaluation skin type and condition) ประเภทของผิวที่ไม่เหมือนกัน รวมถึงสภาพผิวสามารถแตกต่างกันได้มากในแต่ละช่วงเวลาของชีวิต ปัจจัยภายในและภายนอกหลายอย่างที่เป็นตัวกำหนดสภาพผิว ได้แก่ สภาพภูมิอากาศ มลพิษ ยา ความเครียด รวมถึงปัจจัยทางพันธุกรรม ที่มีผลต่อระดับของความมัน เหงื่อและปัจจัยความชุ่มชื้นตามธรรมชาติของผิว เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่แต่ละบุคคลเลือกใช้จึงควรเลือกให้ตรงกับสภาพผิว แพทย์ผิวหนังและผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผิวอื่น ๆ จำแนกประเภทผิวของบุคคลโดยวัดจากปัจจัยต่อไปนี้ สัญญาณของริ้วรอย ประเภทผิวสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในช่วงชีวิตของเรา ผู้ที่มีสภาพผิวมันในช่วงวัยรุ่น

Derma White Program ทรีทเม้นท์สุดพรีเมี่ยมที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการผู้ที่มีผิวหน้าไม่สดใส อยากให้ผิวขาวสว่างขึ้น ขาดการบำรุงหรือจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ ผิวหน้าเหี่ยวย่น Derma White Program นี้เป็นการผสานนวัตกรรมทรีทเม้นท์บำรุงผิวหน้า โดยใช้เครื่องผลักตัวยาทำให้ลงลึกมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ได้ผลที่มีประสิทธิภาพสูงสุดเราได้ผสานนวตกรรม Micro Foton ร่วมด้วย เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนระบบน้ำเหลืองทำให้เซลผิวมีการเรียงตัวใหม่ สามารถเลือกแสงรักษาที่มีความเฉพาะเจาะจงตามสภาพผิวของคนไข้แต่ละท่าน สำหรับผลลัพธ์นั้นจะเห็นผลทันทีหลังทำเสร็จค่ะ ผลลัพธ์ที่ได้จาก Derma White Program -  Derma White Program เน้นเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวที่ขาดน้ำจะมีความชุ่มชื้นอิ่มน้ำมากขึ้นเป็นผิวที่มีสุขภาพดี -  ฟื้นฟูความยืดหยุ่นของใบหน้า ลดริ้วรอยทำให้ผิวกระชับขึ้น -  ให้ใบหน้าขาวสว่างมีออร่ามากขึ้น -  เมื่อการไหลเวียนของระบบน้ำเหลืองภายในให้ดีขึ้น -  กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เมื่อเรามีอายุมากขึ้นเรื่อยๆ คอลลาเจนที่จะทำให้ผิวหนังเต่งตึงก็จะเริ่มลดลง เพราะฉะนั้นจึงต้องมีการกระตุ้นสร้างคอลลาเจนอยู่เสมอ -  ลดริ้วรอยต่างๆ บนใบหน้าจะลดลงแบบเห็นได้ชัดและทำให้คุณดูอ่อนเยาว์ขึ้น AHA ช่วยฟื้นฟูสภาพผิวหนังขจัดเซลล์ผิวชั้นนอกที่ตายแล้วให้หลุดออกไป ช่วยเร่งให้ร่างกายสร้างเซลล์ผิวหนังใหม่ออกมาได้ง่ายและเร็วขึ้น จึงทำให้ริ้วรอยจุดด่างดำจางลง รวมถึงช่วยปรับค่าความเป็นกรด

ชนิดของฝ้า หลัก ๆ แล้วจะมีอยู่ 2 ชนิด คือ  ฝ้าระดับตื้น ในระดับหนังกำพร้าหรือผิวหนังชั้นนอก ฝ้ามีสีน้ำตาลขอบชัด ส่วนใหญ่มักจะมีฝ้าบริเวณโหนกแก้ม รักษาหายได้โดยใช้เวลาไม่นาน โดยใช้ยาทารักษาฝ้าที่มีส่วนผสมของยาบางชนิด เช่น ไฮโดรคิวโนน (Hydroquinone) ซึ่งต้องใช้ภายใต้การควบคุมของแพทย์ เพราะเป็นสารที่มีข้อเสียและควรระวัง ฝ้าแบบลึก เกิดความผิดปกติในระดับชั้นผิวหนังแท้ การใช้ครีมรักษาฝ้าและยากันแดดช่วยให้ดีขึ้นได้ แต่รักษายากกว่าฝ้าชนิดตื้น การรักษาบริเวณที่ลึกประกอบด้วยหลายวิธี เช่น การขัดผิวหนัง การลอกผิว การกรอผิว และการใช้เลเซอร์ ทำให้การรักษาส่งผลเร็วขึ้น ซึ่งมีแนวทางดังนี้       1. การลอกฝ้า ( Peeling ) โดยการใช้น้ำยาลอกฝ้าทาทิ้งไว้ 1-2 นาที ตามแพทย์สั่ง (ระยะเวลาขึ้นอยู่กับผิวหน้าแต่ละบุคคล)

ยาปรับสมดุลรักษาสิว ภาวะไม่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย ในที่นี่หมายถึง ” ฮอร์โมนเพศ “ เราทุกคนจะมีฮอร์โมนทั้งเพศชาย เพศหญิงอยู่ในร่างกาย และ มีสัดส่วนที่ต่างกันในคนแต่ละคน เช่น เพศหญิง จะมีฮอร์โมนเพศหญิงในร่างกายเยอะกว่าสัดส่วนฮอร์โมนเพศชาย        เพศชาย จะมีฮอร์โมนเพศชายในร่างกายเยอะกว่าสัดส่วนฮอร์โมนเพศหญิง การรักษาสิวฮอร์โมนมีดังนี้ ยา 1ชุด ประกอบด้วยยา 3-4 ชนิด ตามที่แพทย์ประเมิน เริ่มทานยาในวันที่ 1-5 ของการมีประจำเดือน วันใดวันหนึง ให้ทานยาในเวลาเดียวกันทุกวัน ( ไม่ควรลืม ) หากลืมทานให้ทาานทันทีที่นึกได้ และทานครั้งถัดไปตามปกติ จะมีประจำเดือนหลังยาหมดภายใน 3-4 วัน เริ่มยาชุดต่อไปในวันที่ 1-5 วันใดวันหนึ่ง ( เหมือนเดิม ) ของการมีประจำเดือนรอบถัดไป

              เราอยู่ในยุคที่ผู้หญิงและผู้ชาย หันมาใส่ใจดูแลตัวเองมากขึ้น ผิวหน้าก็เปรียบเหมือนประตูด่านแรกที่ใครๆก็มองเห็นเป็นอันดับแรกมีผิวหน้าดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ผิวหน้าดีไม่ใช่แค่ไหนไร้สิวฝ้าเพียงแค่นั้น ผิวหน้าดีหมายถึงการที่เรามีผิวหน้าที่สดใส มองดูแล้วไม่หมองคล้ำ ไม่มีริ้วรอยก่อนวัยอันควร ไม่มีตีนกา ไม่มีรอยแดง รอยดำ หรือแม้กระทั่งรอยแผลเป็นจากสิว ถ้าหน้าเราไม่มีปัญหาพวกนี้ ถึงจะเรียกได้ว่าผิวหน้าดี หลายคนคงมีวิธีหลายรูปแบบแตกต่างกันออกไปสำหรับการทำให้ผิวหน้าดูดี ไม่ว่าจะเป็นการเลือกครีมบำรุงผิวหน้า การไปหาตัวช่วยอย่างการเข้าคลินิก หรือแม้กระทั่งศัลยกรรม ซึ่งหลากหลายวิธีที่ทำไม่มีถูกมีผิด วันนี้เราจะมาแนะนำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เวชสำอางที่แพทย์ผิวหนังให้การยอมรับและแนะนำให้ใช้ค่ะ Brightening โลชั่นเนื้อบางเบา เหมาะกับทุกสภาพผิว ซึมง่าย ไม่เหนียวเหนอะหนะ ช่วยให้ความชุ่มชื้นกับผิว และช่วยให้ดูผิวขาวกระจ่างใส ด้วยส่วนผสมของ Licorice Extract และ Arbutin ส่วนประกอบสำคัญ Licorice Root Extract : เป็นสารสกัดจากรากของ Licorive (ชะเอม) ช่วยลดการอักเสบ และต่อต้านอนุมูลอิสระ เนื่องจากประกอบด้วยสารในกลุ่ม Glycosides 

โรคผิวหนัง โรคผิวหนัง (Skin) เป็นเนื้อเยื่อชั้นนอกสุดที่ห่อหุ้มทุกส่วนของร่างกาย แบ่งออกเป็น 2 ชั้น ชั้นนอกเรียกว่า หนังกำพร้า (Epidermis) และชั้นในซึ่งเรียกว่า หนังแท้ (Dermis) ผิวหนังเป็นเนื้อเยื่อที่บอบบางมีความหนาตั้งแต่ 0.05 มิลลิเมตร (มม.) ไปจนถึง 1.5 มม. ทั้งนี้ขึ้นกับว่าเป็นผิวหนังในส่วนใดของร่างกาย ซึ่งผิวหนังที่บางที่สุดคือ หนังตา ส่วนผิวหนังที่หนาที่สุดคือ ผิวหนังส่วนส้นเท้า หนังกำพร้า ประกอบด้วยเซลล์ส่วนใหญ่เป็นเซลล์ชนิดที่ผลัดตัวลอกได้เมื่อเป็นเซลล์ตัวแก่ คือ เซลล์ชนิดเนื้อเยื่อบุผิว (Epithelium) นอกจากนั้นยังประกอบด้วยเซลล์สำคัญอีกสองชนิดคือ เซลล์ชนิดเมลาโนไซต์ (Melanocyte) ซึ่งมีหน้าที่ปกป้องผิวหนังจากแสงแดด โดยมีเม็ดสีเพื่อดูดซับรังสียูวี (UV radiation) และเซลล์ชนิดเมอร์เคล (Merkel cell) ซึ่งเป็นเซลล์รับสัมผัสจากการกดเบียดทับหรือการสัมผัสอย่างเบาๆ ทั้งนี้เซลล์ทั้งสามชนิดนี้สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นมะเร็งผิวหนังได้ตามชนิดต่างๆของเซลล์เหล่านั้นคือ มะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา

รู้หรือไม่ ตำแหน่งสิวบอกโรคคุณได้ คงจะเป็นเรื่องหนักอกหนักใจสำหรับหลายคนที่ได้ทำความรู้จักกับคำว่า “สิว” ถึงแม้ว่าไม่อยากจะรู้จักสักนิด แต่มันเป็นไปแล้ว ทำให้ต้องสรรหาทุกวิธีการที่จะมารักษาสิวออกจากใบหน้า แต่รู้หรือไม่การมีสิวที่หน้านั้นนอกจากจะบ่งบอกว่าเราแพ้สารบางอย่างหรือหน้าเราไม่สะอาดแล้วนั้น การที่มีสิวขึ้นตามจุดต่างๆบนใบหน้าจะเป็นตัวบอกโรคภายในร่างกายอื่นๆได้อีกด้วย ลองสังเกตดูดีว่าส่วนไหนของใบหน้าที่มีสิวขึ้นบ่อยๆ รักษาเท่าไรก็ยังกลับมาเป็นอีก นี่อาจจะเป็นสัญญาณว่าคุณอาจจะกำลังป่วยอยู่ก็ได้ วันนี้เราจะมาบอกว่าเป็นสิวตำแหน่งไหนกำลังบอกโรคอะไรบ้าง เราจะแบ่งโซนต่างๆของใบหน้าออกเป็น14 โซนด้วยกัน โซนที่1 และโซนที่ 2 หน้าผากด้านซ้ายและด้านขวา โซนนี้หากเป็นสิว บ่อยๆอาจจะกำลังบอกว่าคุณมีปัญหาเรื่องระบบย่อยอาหาร และต่อมหมวกไต สาเหตุอาจจะมาจากการกินอาหาร การพักผ่อนน้อย ดังนั้นควรกินอาหารให้ครบ5หมู่ ดื่มน้ำเยอะๆและพักผ่อนให้เพียงพอจะเป็นผลดีต่อคุณ โซนที่ 3 หว่างคิ้ว หมายความว่าคุณกำลังมีปัญหาที่ตับ  ซึ่งเกี่ยวกับการย่อยแลกโตส ดังงนั้นไม่ควรดื่มนมในช่วงนี้ และควรงดทานอาหารรสจัดและการกินมื้อดึก จะช่วยได้ โซนที่4 และโซนที่ 10 คือบริเวณของหูทั้ง2ข้าง หมายความว่าคุณกำลังมีปัญหาที่ ไต อาจจะมีการร้อนที่หูตามมาด้วย ซึ่งคุณควรจะลดการทานเนื้อสัตว์ลง และหันมาทานผักให้เยอะขึ้น โซนที่ 5 และโซนที่ 9