รีวิว รักษาแผลเป็นนูนริมฝีปาก (คีลอยด์) คืนผิวเรียบเนียนด้วย Vixel Laser และยาฉีด
ริมฝีปากเป็นจุดที่โดดเด่นที่สุดจุดหนึ่งบนใบหน้า แต่เมื่อเกิดอุบัติเหตุจนทำให้มี “แผลเป็นนูน” หรือ “คีลอยด์” (Keloid) ปรากฏขึ้นที่ริมฝีปาก ย่อมส่งผลกระทบต่อความมั่นใจอย่างมหาศาล เพราะนอกจากจะทำให้ทาลิปสติกไม่สวยแล้ว ยังเป็นจุดที่สังเกตเห็นได้ง่ายเวลาพูดคุย
หลายคนพยายามทายาลดแผลเป็นแต่ก็ไม่เป็นผล วันนี้เราจะพาไปชมรีวิวขั้นตอนการ รักษาแผลเป็นนูนริมฝีปาก https://www.youtube.com/watch?v=l44IReGRgxA อย่างตรงจุดและเห็นผลจริง ด้วยเทคนิคผสมผสาน (ยาฉีด + Vixel Laser) ที่เนรมิตคลินิกกันครับ
แผลเป็นนูน หรือ คีลอยด์ที่ริมฝีปาก เกิดจากอะไร?
ริมฝีปากเป็นบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ทั้งจากการพูด การกิน และการยิ้ม เมื่อเกิดบาดแผล ร่างกายจะพยายามสร้างคอลลาเจนมาซ่อมแซม แต่ด้วยการขยับและตึงรั้งของกล้ามเนื้อรอบปากที่มากเกินไป ทำให้เกิดการสร้างเนื้อเยื่อที่หนาและนูนผิดปกติ โดยสาเหตุหลักมักมาจาก:
-
อุบัติเหตุ หกล้ม หรือกระแทกบริเวณริมฝีปาก
-
แผลจากการเจาะปาก (Lip Piercing)
-
แผลจากการผ่าตัดศัลยกรรมริมฝีปาก
-
พฤติกรรมการกัดริมฝีปากจนเป็นแผลลึกซ้ำๆ
ทำไมถึงต้องรักษาด้วย ยาฉีด ร่วมกับ Vixel Laser?
จากวิดีโอรีวิวเคสรักษาแผลเป็นนูนริมฝีปากล่าง จะเห็นได้ว่าแพทย์ที่เนรมิตคลินิกเลือกใช้ การรักษาแบบผสมผสาน (Combination Therapy) เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด:
-
การฉีดยารักษาแผลเป็นนูน (Steroid Injection): แพทย์จะฉีดยาเข้าไปที่ก้อนคีลอยด์หรือแผลเป็นนูนโดยตรง ยาจะเข้าไปออกฤทธิ์ลดการอักเสบ และยับยั้งการสร้างคอลลาเจนที่ผิดปกติ ทำให้เนื้อเยื่อที่เคยแข็งและนูน ค่อยๆ นิ่มลงและยุบตัวราบเรียบไปกับผิวปาก
-
การใช้เครื่อง Vixel Laser: เมื่อแผลยุบตัวลงแล้ว แพทย์จะใช้เทคโนโลยี Vixel Laser ยิงพลังงานเข้าไปเพื่อกระตุ้นการสร้างผิวใหม่ ช่วยสลายพังผืด ปรับสีและพื้นผิวของแผลเป็นให้เรียบเนียน และกลมกลืนกับสีของริมฝีปากเดิมมากยิ่งขึ้น
ขั้นตอนการรักษา ปลอดภัย ไม่น่ากลัว
-
ประเมินแผล: แพทย์จะทำการตรวจลักษณะ ความนูน และความแข็งของแผลเป็นเพื่อประเมินปริมาณยาที่ต้องใช้
-
ฉีดยา: แพทย์ใช้เข็มขนาดเล็กมากฉีดยาเข้าไปที่แผลเป็น (อาจมีความรู้สึกเจ็บเล็กน้อย คล้ายมดกัด)
-
ยิงเลเซอร์: ใช้เครื่อง Vixel Laser ยิงบริเวณแผลเป็นเพื่อปรับสภาพผิว
-
ทำความสะอาด: ทายาฆ่าเชื้อและขี้ผึ้งเพื่อช่วยให้แผลสมานตัวไวขึ้น
การดูแลตัวเองหลังรักษาแผลเป็นนูนที่ปาก
-
งดการรับประทานอาหารรสจัด ของหมักดอง และของร้อนจัด ในช่วง 2-3 วันแรก เพื่อป้องกันการระคายเคือง
-
รักษาความสะอาดของริมฝีปากหลังรับประทานอาหารเสมอ
-
ห้ามแกะหรือเกา หากแผลเลเซอร์มีการตกสะเก็ด ควรปล่อยให้หลุดลอกไปเองตามธรรมชาติ
-
หมั่นทาลิปมันหรือขี้ผึ้งตามที่แพทย์สั่ง เพื่อให้ริมฝีปากชุ่มชื้นอยู่เสมอ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: รักษาแผลเป็นนูนริมฝีปาก เจ็บไหม? A: จะมีความรู้สึกเจ็บเล็กน้อยในขั้นตอนการฉีดยาเข้าไปที่ก้อนแผลเป็นครับ แต่เป็นความเจ็บในระดับที่ทนได้และใช้เวลาทำเพียงแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น
Q: ต้องทำกี่ครั้งแผลถึงจะหายและเรียบเนียน? A: การรักษาแผลเป็นนูนต้องอาศัยความต่อเนื่อง โดยทั่วไปจะแนะนำให้ฉีดยาและทำเลเซอร์ต่อเนื่องประมาณ 3-5 ครั้ง (เว้นระยะห่างตามที่แพทย์นัด) แผลจะค่อยๆ นิ่ม ยุบตัวลง และเรียบเนียนขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ
สรุป: แผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ที่ริมฝีปาก เป็นปัญหาที่จัดการได้ ไม่ต้องทนสูญเสียความมั่นใจอีกต่อไป การใช้ยาฉีดร่วมกับ Vixel Laser เป็นเทคนิคที่แพทย์ยอมรับว่าเห็นผลและปลอดภัย หากคุณมีปัญหานี้อยู่ สามารถเข้ามาให้แพทย์ประเมินสภาพแผลได้ฟรีที่ เนรมิต คลินิก ค่ะ