แพทย์และเจ้าหน้า เนรมิต คลินิก ที่มีการฝึกอบรมและอัปเดทความรู้ใหม่ๆอย่างสม่ำเสมอ
ให้บริการด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง

FB : https://www.facebook.com/neramitclinic

September 2017

จากประสบการณ์ที่ผมเป็นแพทย์ศัลยกรรมเสริมจมูก มาเกือบ 15ปี มักเจอคำถามที่การถามบ่อยๆในการทำจมูก ดังนี้ 1.อายุเท่าไหร่ถึงจะสามารถเสริมจมูกได้? โดยปกติการทำศัลยกรรมเสริมจมูกควรทำเมื่อกระดูกจมูกและกระดูกใบหน้ามีการเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว ซึ่งโดยทั่วไปกระดูกใบหน้าในผู้ชายจะเติบโตเต็มที่เมื่ออายุประมาณ 16-18 ปี และในผู้หญิงจะเจริญเติบโตเต็มที่เมื่ออายุ 15-17 ปี แต่ส่วนใหญ่แพทย์มักจะให้ทำเมื่ออายุครบ 18 ปีขึ้นไปทั้งชายและหญิง เพราะการเสริมจมูกในอายุที่น้อยเกินไปนั้น เมื่ออายุมากขึ้นกระดูกจมูกจะยืดออกอีก จะทำให้ซิลิโคนที่ใส่ไปแล้วดูสั้นลง ทำให้สัดส่วนความสวยงามผิดไปได้ครับ การทำศัลยกรรมนั้นนอกจากเรื่องกระดูกของจมูกและโครงสร้างของใบหน้าแล้ว เรื่องวุฒิภาวะก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน เพราะหากมีอายุน้อยเกินไปอาจมีปัญหาด้านการดูแลจมูกหลังการผ่าตัดหรือความคาดหวังที่มากเกินจริง ตามที่เห็นตัวอย่างรูปดาราหรือในรีวิวต่างๆก็เป็นได้ แต่ถ้าอยากทำจริงๆก่อนอายุที่เหมาะสม ควรได้รับคำยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ปกครองก่อน 2.วัสดุที่ใช้เสริมจมูก (implant) มีอะไรบ้าง? โดยทั่วไปแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลักๆ ได้แก่วัสดุสังเคราะห์ และเนื้อเยื่อที่นำมาจากร่างกายของตัวคนไข้เอง วัสดุสังเคราะห์ที่นิยมใช้ในการเสริมจมูก ได้แก่ ซิลิโคน, Gore-Tex และ Sili-Tex เป็นต้น เนื้อเยื่อที่นำมาจากร่างกายของคนไข้ ได้แก่ กระดูกอ่อนจากใบหู,

จะว่าไปปัญหาเรื่องขนนี่เป็นปัญหาระดับชาติเลย ไม่ว่าจะมีขนมากไปหรือมีน้อยไปก็ตาม ขนก็เหมือนกับต้นไม้ซึ่งมีการเจริญเติบโตเป็นวัฏจักรคล้ายๆกัน คือ ช่วงที่เป็นต้นอ่อน, ต้นเต็มวัย และต้นแก่ แล้วก็หลุดร่วงไป จากนั้นก็งอกขึ้นมาเป็นต้นอ่อน หรือขนอ่อนใหม่ วนเวียนเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ครั้งนี้เราจะพูดถึงปัญหาขนมาก หรือมีขนในตำแหน่งที่ไม่ต้องการกันก่อน โดยผู้หญิงมักจะไม่ชอบขนรักแร้ ขอบบิกินี และขนหน้าแข้ง ส่วนผู้ชายจะมีปัญหาเรื่องหนวดและเครามากกว่า ทั่วๆไปวิธีการกำจัดขนมีตั้งแต่ การถอน การโกน การแว๊กซ์ การจี้ด้วยคลื่นวิทยุ และการยิงด้วยเลเซอร์ การกำจัดขนด้วยวิธีอื่นๆที่ไม่ใช่เลเซอร์มักได้ผลไม่ถาวร ขนกลับมาขึ้นซ้ำ และต้องทำไปเรื่อยๆ เหมือนกับเราถางหญ้าวัชพืช หลังจากถางไปไม่นาน หญ้าก็จะขึ้นกลับมาให้เราได้ถางอีกไปเรื่อยๆ ดังนั้นถ้าจะไม่ให้หญ้าขึ้นอีกเลย เราจะต้องถางแบบถอนรากถอนโคน ซึ่งการกำจัดขนด้วยเลเซอร์นี้ก็เปรียบเสมือนการถางหญ้าแบบถอนรากถอนโคนนั่นเอง ในปัจจุบันเลเซอร์ที่ใช้เพื่อกำจัดขนได้ถูกพัฒนามาจนสามารถกำจัดขนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้ผลดี และมีผลข้างเคียงจากผิวหนังไหม้น้อยมาก และเลเซอร์กำจัดขนที่ได้รับการยอมรับให้เป็นอันดับหนึ่ง (Gold standard) ของวงการกำจัดขนก็คือ เลเซอร์ GentleYAG จากประเทศอเมริกา

สักแล้วรับราชการได้ไหม? ตอนนี้จะสอบราชการแล้ว แต่มีรอยสักที่หลัง เลยอยากรู้ว่า “สักแล้ว รับราชการได้ไหม?” และอีกหลายคำถามเกี่ยวกับรอยสัก ก่อนอื่นต้องท้าวความไปก่อน สมัยโบราณพวกสามัญชน(ไพร่)จะต้องมีการสักร่างกายตามกรมกองที่สังกัด ซึ่งเป็นการแสดงว่ามีเจ้านายที่ตนต้องรับใช้ แต่ข้อกำหนดนี้ยกเว้นว่าพวกเจ้าพวกลูกขุนนาง ผู้ดีมีตระกูลทั้งหลาย ไม่ต้องสักเพื่อแสดงสังกัดนี้ ดังนั้น การสักจึงเป็นสัญลักษณ์ของคนชั้นต่ำ ไพร่ หรือ ทาส ไม่ใช่สำหรับผู้ดีหรือเจ้านาย โรงเรียนนักเรียนนายร้อย ทหาร ตำรวจ จึงไม่รับพวกมีรอยสัก และคนที่รับราชการคือคนที่จะมาเป็นนายของราษฎรจึงควรเป็นคนที่ไม่มีรอยสัก คือต้องเป็นผู้ดีเท่านั้นที่สมควรเป็นเจ้าคนนายคน นอกจากนั้น ในสมัยก่อนคนที่เคยเข้าคุกเข้าตะรางจะสักร่างกายกัน พอออกมาทีนึงก็ได้รอยสักมาทีนึง ยิ่งบางคนที่เข้าออกคุกเป็นว่าเล่น ก็เลยมีลายสักเต็มตัว ค่านิยมการสัก จึงถูกมองว่าเป็นคนคุกมาก่อน จึงไม่เหมาะมาทำงานราชการ แต่สมัยนี้วัยรุ่นสักลายเพื่อความสวยงามตามร่างกาย ต่างจากเมื่อก่อน ที่สักยันต์ลงอาคมจากผู้มีวิชาหรือสักลายเมื่อเคยเข้าคุก และสำหรับอาชีพราชการที่ไม่รับผู้ที่มีรอยสัก ได้แก่ ข้าราชการทหาร-ตำรวจ, อัยการ, ผู้พิพากษาและแพทย์ แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนที่คุณคิดจะสักควรจะไตร่ตรองให้ดีนะครับ หรือถ้าไม่แน่ใจว่าจะชอบการมีรอยสักหรือไม่

หลายๆคนลุกขึ้นมาส่องกระจกดูหน้าตัวเองในตอนเช้าแล้วอยากเป็นลม โอ้! พระเจ้า มันแย่งั้นเลยเหรอ ใช่ครับ สิวมันทำให้เราเสียสุขภาพจิตได้นะ บางทีทำให้เราเสียความมั่นใจไปเลย บางคนถึงกับไม่กล้าออกนอกบ้านก็มี ในตำราแพทย์ส่วนใหญ่จะแบ่งสิวเป็นหลายระดับ เพื่อที่จะรู้ความรุนแรงและจะได้เลือกการรักษาให้เหมาะสม แต่สิวมันก็คือมีสิว จะแยกยังไง มันก็ไม่ช่วยให้เราดีขึ้นได้เท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม เราควรมีความรู้เรื่องสิวบ้างเพื่อที่จะทำให้มันหายไปเร็วๆและเป็นใหม่ให้น้อยๆ ว่ามั๊ย เอาล่ะ มาดูกันว่าอะไรบ้างที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดสิว 1. กรรมพันธุ์ของเรา เชื่อมั๊ยครับว่า 90% ของพวกเรามียีนส์สิวอยู่ในตัว มีแค่ 10% เท่านั้นที่ปลอดจากยีนส์สิวนี้ ดูจากพ่อแม่ก็ได้ว่าเป็นสิวเยอะมั๊ย ถ้าใช่ก็ชัดเลย ซึ่งเราก็มีโอกาสสูงที่จะเป็นสิวง่ายกว่าคนอื่นที่ไม่มีกรรมพันธุ์นี้ แล้วข่าวร้ายคือ มันไม่มีอะไรที่แก้ไขได้ด้วย ดังนั้นถ้าเรามียีนส์สิวที่ได้รับมาจากพ่อแม่ ก็จงทำใจ คิดว่าเป็นกรรมเก่า ส่วนวิธีแก้กรรมคือ หาแฟนที่ไม่มียีนส์นี้ซะ เพื่อลูกของเราจะได้ไม่เป็นสิว หรือเป็นสิวน้อยลงไง 2. ฮอร์โมนเพศ รู้มั๊ยครับ ฮอร์โมนเพศชาย (Androgen) นี่เป็นสาเหตุหลักเลยล่ะ

            สิวอุดตัน นับว่าเป็นสิวที่สร้างความกวนใจต่อผู้ที่ต้องเผชิญอยู่ไม่น้อย เพราะสิวอุดตันคือสิวที่พบได้มากที่สุด ซึ่งมันจะผุดขึ้นมาบนใบหน้าของเราและสร้างความรำคาญใจให้กับเจ้าของใบหน้า เพราะมันทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียน ขรุขระเป็นตุ่มเป็นเนิน แม้ว่าสิวชนิดนี้จะดูสงบเสงี่ยมเจียมตัวไม่สร้างความเจ็บปวด แต่มันก็ดื้อด้านพอสมควร ไม่มีทางหายไปได้เอง พูดง่าย ๆ ว่าถ้าไม่รีบกำจัดออกมันก็จะยิ่งอัดแน่นในรูขุมขุมขนและอาจลุกลามจนเกินเยียวยา จนเข้าขั้นเป็นสิวโคม่าเลยทีเดียว พึงระลึกไว้เถอะว่าถ้าสิวอุดตันฝังอยู่บนหน้าเรานานแค่ไหน ยามที่เราเอามันออกมามันจะทิ้งหลุมลึกไว้ (ลึกตามระยะเวลาที่มันสิงสถิตอยู่บนใบหน้าของเรา) แถมรูขุมขนก็ใหญ่ขึ้นตามขนาดของเม็ดสิวอีกด้วย เรียกได้ว่า เจ้าสิวอุดตันนี่แหละที่เป็นตัวการสำคัญทำให้ผิวหน้าที่เคยเรียบเนียนของเราต้องกลายเป็นหลุมเป็นบ่อแบบพระจันทร์ ชนิดของสิวอุดตัน       สิวอุดตันชนิดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า (Microcomedone) โดยธรรมชาติของมนุษย์เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น จะเริ่มมีการสร้างฮอร์โมนที่เรียกว่าแอนโดรเจน ต่อมไขมันจะเริ่มตอบสนองต่อฮอร์โมนตัวนี้ ทำให้มีการหลั่งไขมันมากขึ้น นอกจากนี้แอนโดรเจนยังไปกระตุ้นให้มีการสร้างเซลล์ชั้นขี้ไคลของรูขุมขนได้ด้วย จนทำให้เกิดลักษณะที่เรียกว่า “ไมโครโคมีโดน” ซึ่งเป็นต้นเหตุของการเกิดสิวทั้งหลาย ซึ่งไมโครโคมีโดนนี้อาจจะหายไปได้เองหรือพัฒนาต่อไปกลายเป็นสิวลักษณะอื่น ๆ ได้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยร่วมบางอย่าง เช่น หากมีการสะสมของไขมันและเซลล์ชั้นขี้ไคลมากขึ้นเรื่อย ๆ จะทำให้เกิดสิวอุดตันหัวเปิดหรือสิวอุดตันหัวปิด แต่ถ้ามีแบคทีเรีย P.

               สาเหตุหลักที่ดูแลผิวยังไง ผิวก็ไม่ดีเสียที คือการไม่รู้จักสภาพผิวของตัวเองว่า ผิวมัน ผิวแห้ง ผิวผสม ผิวธรรมดา หรือผิวแพ้ง่าย ทั้ง ๆ ที่การรู้จักสภาพผิวถือเป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลผิวให้มีสุขภาพดี ลองนึกดูว่าหากจริง ๆ แล้วคุณมีสภาพผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น แต่กลับเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวมัน ยิ่งใช้ผิวก็ยิ่งแห้งกร้าน ลอกเป็นขุย หากไม่รู้ตัวแล้วใช้ต่อเนื่องไปนาน ๆ ก็อาจทำให้สุขภาพผิวเสียจนกลับมาดีไม่ได้อีกเลย หรือหากคุณมีสภาพผิวมัน แต่กลับเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแห้ง โดยเฉพาะพวกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่จะเห็นปัญหาชัดมาก เพราะล้างหน้าอย่างไรผิวก็ไม่หายมัน เนื่องจากใช้ผลิตภัณฑ์ไม่เหมาะกับผิวตัวเอง ผลคือหน้ามันสะสม ผิวหมองคล้ำ เป็นสิวเรื้อรัง หมดความมั่นใจจนเสียบุคลิกไปเลย เห็นความสำคัญของการรู้จักสภาพผิวตัวเองหรือยัง? ผิวแห้ง คือ? “ผิวแห้ง” ใช้เพื่ออธิบายสภาพผิวที่ก่อให้เกิดความมันน้อยกว่าผิวธรรมดา อันเป็นผลมาจากการขาดความมัน, ผิวแห้ง ขาดกรดไขมันที่จำเป็นในการรักษาความชุ่มชื้น และสร้างเกราะป้องกันผิวจากสิ่งกระทบจากภายนอก นำไปสู่ความบกพร่องของเกราะคุ้มกันผิวตามธรรมชาติ