Image Alt

Author: admin

Ionto เป็นเครื่องมืออิเลคทรอนิกส์ที่มีประจุไฟฟ้าอ่อนๆเป็นสื่อกลางสู่ผิวหนัง ประจุไฟฟ้าดังกล่าวจะช่วยให้รูขุมขนของผิวหนังโดยเฉพาะใบหน้าเปิดกว้างมากขึ้นและทำให้วิตามินที่จะใช้รักษาสามารถแทรกซึมลงไปยังผิวหนังได้มากกว่าการทาครีมหรือโลชั่นแบบธรรมดา ซึ่งอยู่ได้แค่ผิวหนังชั้นบนเท่านั้น จะเห็นได้ว่า การทำ Ionto นั้นสามารถทำให้ใบหน้าขาวใส ลดริ้วรอย จุดด่างดำจากสิวทำให้หน้าเรียบเนียนขึ้น วิธีการทำ Ionto วิธีการนั้นไม่ซับซ้อนก่อนอื่นจะต้องทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดก่อน เช็ดเครื่องสำอางออกให้เรียบร้อย จากนั้นก็จะทำการทาวิตามินหรือสารที่เราต้องผลักเข้าสู่ผิวหน้าลงไป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวิตามินและสารที่ช่วยบำรุงผิวที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดี แต่ต้องอยู่ในรูปที่มีประจุ จึงจะผลักเข้าสูาผิวได้เช่น วิตามินเอ,สารไฮยาลูโรนิคแอซิด,ทรานสมิน เมื่อทาสารที่เราต้องการเรียบร้อยแล้ว ก็จะใช้เครื่อง Ionto มานวดให้ทั่วหน้าเพื่อผลักตัวยาเข้าไป ใช้เวลาในขั้นตอนนี้ประมาณ 15 - 20 นาที ทำสัปดาห์ละ 1 - 2 ครั้ง เนื่องจากผิวที่ถูกทำลาย ด้วยมลภาวะต่างๆ  เช่น แสงแดด ความร้อน ทำให้ผิวหมองคล้ำได้ง่าย  การทำ Ionto อย่างต่อเนื่อง

ใครมีผิวหมองคล้ำแลดูไม่ขาวใสฟังทางนี้ค่ะ หลายคนที่พื้นฐานผิวคล้ำแต่เพราะดูแลบำรุงผิวตัวเองดีมาก ๆ ก็มีผิวที่ขาวกระจ่างใสมีออร่าได้เช่นกันสิ่งสำคัญที่สุด!  คือการนอนหลับที่เพียงพอและออกกำลังกายเป็นประจำ การนอนมีผลกับผิวเรามากนะคะ พยายามเข้านอนให้เร็ว 7 - 8 ชม. กำลังดีเลยค่ะหากนอนน้อยจะทำให้ร่างกายพังทั้งภายในและภายนอก เมื่อไหร่ที่นอนน้อยแพนด้าจะถามหาได้นะคะ ^^ ร่างกายเหนื่อยล้า ผิวดูโทรมหมองคล้ำ โอ้ววววว! มีแต่สิ่งที่ผู้หญิงอย่างเรากลัวทั้งนั้นเลยค่ะ การออกกำลังกายจะกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตทำให้เราดูดีมีเลือดฝาด แถมยังช่วยขับเหงื่อและสารพิษเมื่อร่างกาย เมื่อร่างกายไม่มีสารพิษตกค้างเราก็จะมีผิวพรรณที่เปล่งปลั่งรู้อย่างงี้แล้วอย่านอนน้อยและก็ออกกำลังกันด้วยนะคะ บางทีเวลาไปทำงานกลางแจ้งเจอแดดจัด ๆ หรือแม้แต่ช่วงอากาศหนาวทำให้ผิวเราแห้งกร้านรู้สึกเลยว่าผิวเราต้องได้รับการบำรุงเรามีตัวช่วยที่ใคร ๆ ได้ลองแล้วบอกได้เลยค่ะว่าชอบทุกคน สำหรับ Organic Body Cream เป็นตัวที่ช่วยปรับผิวให้ขาวกระจ่างใส ลดผิวหมองคล้ำไร้จุดด่างดำเนื้อครีมมีความนุ่มและเบาเกลี่ยง่ายซึมเข้าสู่ผิวเร็วไม่เหนียวไม่เหนอะทาทันทีหลังจากอาบน้ำเสร็จ ทาให้ทั่วร่างกายเป็นประจำ เช้า-เย็น ลองใช้ประมาณ 1 เดือนจากผิวที่หมองคล้ำง่ายเวลาออกแดดรู้สึกแสบผิว Organic Body Cream จะช่วยลดผิวอักเสบปรับผิวให้คงความกระจ่างใสจุดด่างดำที่เกิดจากรอยสิวไม่ว่าจะเป็นอกหรือหลัง

{ "@context": "https://schema.org", "@type": "Article", "mainEntityOfPage": { "@type": "WebPage", "@id": "https://neramitclinic.com/สิวอุดตัน-รักษาอย่างไร/" }, "headline": "สิวอุดตัน รักษาอย่างไร? รู้จักชนิดของสิวและวิธีกำจัดไม่ให้ทิ้งหลุมสิว", "description": "สิวอุดตันคืออะไร รักษายังไงให้หน้ากลับมาเนียนใส? เจาะลึกประเภทของสิวอุดตัน สาเหตุ และวิธีรักษา ทั้งการกดสิว เลเซอร์สิวอุดตัน และการผลัดเซลล์ผิว", "image":

อีกหนึ่งทางเลือกที่เชื่อกันว่าเห็นผลได้เร็ว ทำให้ผิวขาวใสด้วยการ “ฉีดวิตามิน” เปลี่ยนผิวคล้ำเสียให้กลับมาขาวใสเรียบเนียนได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ก่อนที่จะตัดสินใจฉีดวิตามินให้กับผิว ควรทำความเข้าใจในเรื่องความปลอดภัยกันสักหน่อย เพื่อป้องกันอันตรายต่อสุขภาพ เพราะการฉีดวิิตามินผิวจะเป็นนำสารอาหารเข้าสู่เส้นเลือดโดยตรง   อยากมีผิวขาวใส ร่างกายแข็งแรง IV Whitening injection ช่วยคุณได้! รักษาโดยให้สารละลายอย่างวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ทางหลอดเลือดดำโดยตรง ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อเซลล์ต่างๆ ในร่างกายโดยได้ผลชัดเจนต่างจากการรับประทานอาหาร เพราะสารที่มีประโยชน์เหล่านี้จะไม่สูญเสียไปในกระบวนการดูดซึมในกระเพาะอาหารและลำไส้ สารที่ฉีดเข้าไปจึงสามารถทำงานได้เต็มศักยภาพ ช่วยเสริมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ตลอดจนแก้ไขปัญหาสุขภาพได้ อยากมีผิวขาวใส มีหลักการฉีดวิตาผิวขาวอย่างไร ? การฉีดวิตามินเข้าสู่ร่างกาย จะช่วยทำให้ผิวขาวใสได้เร็วมากกว่าการกินอาหารเสริมเนื่องจากจะถูกฉีดเข้าเส้นเลือดโดยตรง ใช้เวลาไม่นานก็จะทำให้ผิวคล้ำเสียลดน้อยลง การฉีดครั้งแรกอาจจะยังไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง แต่จะเริ่มเห็นผลในเข็มที่ 2  โดยฉีดอยู่ที่อาทิตย์ครั้ง ซึ่งอาจจะต้องฉีดต่อเนื่อง 5-10 ครั้ง ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล วิตามินแร่ธาตุต่าง ๆ IV Whitening injection จะช่วยส่งเสริมระดับการดูดซึมวิตามิน แร่ธาตุและสารแอนตี้อ็อกซิเดนท์ต่างๆของร่างกายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น คุณสามารถเลือกประเภทสารละลายใน IV Whitening injection ที่เหมาะสมกับความต้องการในการรักษา ซ่อมแซม

ปัญหาสุดกลุ้มของผิวพรรณ ที่เรียกได้ว่าเป็นญาติสนิทกับรอยกระ เพราะกระบวนการเกิดนั้นคล้ายคลึงกันมาก ฝ้า คือเม็ดสีในผิวหนังที่ถูกสร้างขึ้นมามากกว่าปกติ ทำให้เกิดปื้นสีน้ำตาลเป็นรอยคล้ำ บางคนสีอ่อนบางคนสีเข้ม แตกต่างกันไป แต่ฝ้าจะมีบริเวณที่กว้างกว่า มองเห็นได้ชัดกว่า สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกส่วนของใบหน้าส่วนใหญ่แล้วมักจะมีฝ้าบริเวณโหนกแก้ม  เหนือริมฝีปาก หน้าผาก โดยตัวเลขเฉลี่ยของคนที่เป็นฝ้าส่วนใหญ่จะเริ่มจากวัย 30 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ในชีวิตประจำวันเช่น คนที่ต้องทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ ต้องโดนรังสีจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ บางคนอาจจะทำอาหารต้องอยู่หน้าเตาไฟบ่อย ๆ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนก็มีผลทำให้เกิด ฝ้า ได้ทั้งสิ้น ” เป็นปัญหาผิวที่แก้ยากที่สุดชนิดหนึ่ง และบั่นทอนความมั่นใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในผู้หญิงที่ถึงช่วงที่ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง รวมทั้งการที่ผิว และต้องเผชิญแสงแดดตลอด ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เม็ดสีเมลานินถูกกระตุ้น ฝ้า กระ ก็จะเป็นมากขึ้น จนบางครั้งเกิดเป็นฝ้าถาวร สาเหตุการเกิดฝ้า                ฝ้าเกิดจากอะไร ? ฝ้า หรือ Melasma เกิดจากการที่เม็ดสีผิวหรือเม็ดสีเมลานิน

         การกำจัดไฝ , ขี้แมลงวัน , สิวหิน , ติ่งเนื้อ , หูด โดยทั่วไปมักเป็นในแง่ของความสวยงามเป็นส่วนใหญ่ หรือเพื่อเพิ่มความมั่นใจ แต่บางคนก็เลือกจะกำจัดไฝออกเพราะว่าจะช่วยให้โหงวเฮ้งตัวเองดีขึ้นด้วย ในปัจจุบันมีเครื่องมือที่ทันสมัยสำหรับจี้ไฝโดยเฉพาะที่มีความปลอดภัยและได้ผลดีขึ้นมาก เช่น CO2 เลเซอร์ หรือ เครื่อง RF (Radio Frequency) ก่อนจะทำการจี้ คุณหมอจะทายาชาหรือฉีดยาชาในบริเวณที่จะทำก่อน ประมาณ 30-45นาที จากนั้นจึงใช้เลเซอร์ หรือ RF จี้ไฝ หรือติ่งเนื้อที่ไม่ต้องการออก ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จเรียบร้อย แผลจากรอยจี้จะเป็นแผลถลอกตื้น ๆ เท่านั้น สามารถถูกน้ำได้ และทายาฆ่าเชื้อทุกวัน เพียง 2 สัปดาห์

ไฝขึ้นผิดที่ ชีวิตจะดีถ้าจี้ออก จริงๆแล้วไฝจัดเป็นเนื้องอกชนิดหนึ่ง เป็นเนื้องอกของเซลที่สร้างเม็ดสีในชั้นผิวหนัง ถ้าเกิดอยู่เฉพาะในชั้นหนังกำพร้าเป็นจุดแบนราบ จะเรียกว่า “ขี้แมลงวัน” แต่ถ้ามันเกิดลึกลงไปในชั้นหนังแท้เป็นตุ่มนูนดำ เราเรียกว่า “ไฝ” โดยทั่วไปไฝและขี้แมลงวันตามส่วนต่างๆของร่างกาย ไม่ค่อยจะมีอันตรายต่อชีวิต แค่ทำให้ผิวพรรณดูไม่สวยงามเท่านั้น มีเพียงส่วนน้อยมากที่จะกลายพันธุ์เป็นเนื้อร้ายได้ แต่แม้พบได้น้อย เราก็ต้องรู้ลักษณะไฝที่จะกลายพันธุ์เอาไว้บ้างนะครับ ลักษณะของไฝ และขี้แมลงวัน ที่อาจจะต้องพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยต่อไป ได้แก่ 1. ไฝที่มีลักษณะไม่สมมาตร /2. ไฝที่มีขอบเขตไม่ชัดเจน /3. ไฝที่มีสีไม่สม่ำเสมอ หรืไม่เหมือนกันทั้งก้อน /4. ไฝที่มีขนาดใหญ่กว่า 6 มม. /5. ไฝที่โตขึ้นเร็วใน 1-2 เดือน กดเจ็บ หรืมีเลือดออก /6. ไฝที่อยู่ในที่ลับตา เช่น บริเวณอวัยวะเพศ หรือไฝที่ถูกเสียดสีมากๆ ในปัจจุบันเราสามารถเอาไฝ หรือขี้แมลงวันออกได้หลายวิธีนะครับ ตั้งแต่การแต้มด้วยน้ำยา

จากประสบการณ์ที่ผมเป็นแพทย์ศัลยกรรมเสริมจมูก มาเกือบ 15ปี มักเจอคำถามที่การถามบ่อยๆในการทำจมูก ดังนี้ 1.อายุเท่าไหร่ถึงจะสามารถเสริมจมูกได้? โดยปกติการทำศัลยกรรมเสริมจมูกควรทำเมื่อกระดูกจมูกและกระดูกใบหน้ามีการเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว ซึ่งโดยทั่วไปกระดูกใบหน้าในผู้ชายจะเติบโตเต็มที่เมื่ออายุประมาณ 16-18 ปี และในผู้หญิงจะเจริญเติบโตเต็มที่เมื่ออายุ 15-17 ปี แต่ส่วนใหญ่แพทย์มักจะให้ทำเมื่ออายุครบ 18 ปีขึ้นไปทั้งชายและหญิง เพราะการเสริมจมูกในอายุที่น้อยเกินไปนั้น เมื่ออายุมากขึ้นกระดูกจมูกจะยืดออกอีก จะทำให้ซิลิโคนที่ใส่ไปแล้วดูสั้นลง ทำให้สัดส่วนความสวยงามผิดไปได้ครับ การทำศัลยกรรมนั้นนอกจากเรื่องกระดูกของจมูกและโครงสร้างของใบหน้าแล้ว เรื่องวุฒิภาวะก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน เพราะหากมีอายุน้อยเกินไปอาจมีปัญหาด้านการดูแลจมูกหลังการผ่าตัดหรือความคาดหวังที่มากเกินจริง ตามที่เห็นตัวอย่างรูปดาราหรือในรีวิวต่างๆก็เป็นได้ แต่ถ้าอยากทำจริงๆก่อนอายุที่เหมาะสม ควรได้รับคำยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ปกครองก่อน 2.วัสดุที่ใช้เสริมจมูก (implant) มีอะไรบ้าง? โดยทั่วไปแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลักๆ ได้แก่วัสดุสังเคราะห์ และเนื้อเยื่อที่นำมาจากร่างกายของตัวคนไข้เอง วัสดุสังเคราะห์ที่นิยมใช้ในการเสริมจมูก ได้แก่ ซิลิโคน, Gore-Tex และ Sili-Tex เป็นต้น เนื้อเยื่อที่นำมาจากร่างกายของคนไข้ ได้แก่ กระดูกอ่อนจากใบหู,

จะว่าไปปัญหาเรื่องขนนี่เป็นปัญหาระดับชาติเลย ไม่ว่าจะมีขนมากไปหรือมีน้อยไปก็ตาม ขนก็เหมือนกับต้นไม้ซึ่งมีการเจริญเติบโตเป็นวัฏจักรคล้ายๆกัน คือ ช่วงที่เป็นต้นอ่อน, ต้นเต็มวัย และต้นแก่ แล้วก็หลุดร่วงไป จากนั้นก็งอกขึ้นมาเป็นต้นอ่อน หรือขนอ่อนใหม่ วนเวียนเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ครั้งนี้เราจะพูดถึงปัญหาขนมาก หรือมีขนในตำแหน่งที่ไม่ต้องการกันก่อน โดยผู้หญิงมักจะไม่ชอบขนรักแร้ ขอบบิกินี และขนหน้าแข้ง ส่วนผู้ชายจะมีปัญหาเรื่องหนวดและเครามากกว่า ทั่วๆไปวิธีการกำจัดขนมีตั้งแต่ การถอน การโกน การแว๊กซ์ การจี้ด้วยคลื่นวิทยุ และการยิงด้วยเลเซอร์ การกำจัดขนด้วยวิธีอื่นๆที่ไม่ใช่เลเซอร์มักได้ผลไม่ถาวร ขนกลับมาขึ้นซ้ำ และต้องทำไปเรื่อยๆ เหมือนกับเราถางหญ้าวัชพืช หลังจากถางไปไม่นาน หญ้าก็จะขึ้นกลับมาให้เราได้ถางอีกไปเรื่อยๆ ดังนั้นถ้าจะไม่ให้หญ้าขึ้นอีกเลย เราจะต้องถางแบบถอนรากถอนโคน ซึ่งการกำจัดขนด้วยเลเซอร์นี้ก็เปรียบเสมือนการถางหญ้าแบบถอนรากถอนโคนนั่นเอง ในปัจจุบันเลเซอร์ที่ใช้เพื่อกำจัดขนได้ถูกพัฒนามาจนสามารถกำจัดขนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้ผลดี และมีผลข้างเคียงจากผิวหนังไหม้น้อยมาก และเลเซอร์กำจัดขนที่ได้รับการยอมรับให้เป็นอันดับหนึ่ง (Gold standard) ของวงการกำจัดขนก็คือ เลเซอร์ GentleYAG จากประเทศอเมริกา

{ "@context": "https://schema.org", "@type": "Article", "mainEntityOfPage": { "@type": "WebPage", "@id": "https://neramitclinic.com/สักแล้วรับราชการได้ไหม/" // แก้ไข URL ให้ตรงกับหน้าบทความจริง }, "headline": "มีรอยสัก รับราชการได้ไหม? อาชีพไหนห้ามบ้าง พร้อมข้อควรรู้ก่อนลบรอยสัก", "description": "สักแล้วสอบราชการได้ไหม? สายงานไหนบ้างที่ไม่รับคนมีรอยสัก? เนรมิต คลินิก โคราช สรุปให้ครบ