Open : 10:00-19:00 ทุกวัน
95, 97 ถ.มหาดไทย อ.เมือง จ.นครราชสีมา

Single Blog Title

This is a single blog caption
รีวิวภาพการรักษาแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ที่เกิดจากการสัก ด้วยการใช้เครื่องเลเซอร์ Medlite C6 ควบคู่กับการฉีดยา
03
Sep

รักษาคีลอยด์จากการสัก

รีวิว รักษาคีลอยด์จากการสัก คืนผิวเรียบเนียน ปลอดภัยด้วยเลเซอร์ Medlite C6

“การสัก” คือศิลปะบนเรือนร่างที่หลายคนหลงใหล แต่ในบางครั้ง รอยสักที่ตั้งใจให้ออกมาสวยงามกลับกลายเป็นปัญหาใหญ่ เมื่อผิวหนังบริเวณรอยสักเกิดการนูน แข็ง คัน และขยายขนาดขึ้น จนกลายเป็น “แผลคีลอยด์จากการสัก” ซึ่งนอกจากจะทำให้ลายสักผิดเพี้ยนไปจากเดิมแล้ว ยังสร้างความรำคาญใจและสูญเสียความมั่นใจได้อีกด้วย

หากคุณกำลังประสบปัญหานี้ อย่าเพิ่งกังวลใจไป วันนี้เราจะพาไปชมรีวิวขั้นตอนการ รักษาคีลอยด์จากการสัก อย่างถูกวิธีและเห็นผลจริง ด้วยเทคนิคผสมผสาน (ยาฉีด + เลเซอร์ Medlite C6) ที่เนรมิตคลินิกกันครับ

คีลอยด์จากการสัก (Tattoo Keloid) เกิดจากอะไร?

แผลเป็นคีลอยด์ เกิดจากกระบวนการสมานแผลของร่างกายที่สร้างคอลลาเจนออกมามากเกินไปจนเป็นก้อนนูนหนา โดยสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดคีลอยด์หลังจากสัก มักมาจาก:

  • การลงเข็มสักที่ลึกเกินไป: ทำให้เนื้อเยื่อผิวหนังบาดเจ็บรุนแรง

  • การแพ้สีหมึกสัก: สีหมึกบางชนิดอาจทำให้ร่างกายเกิดปฏิกิริยาต่อต้านและอักเสบเรื้อรัง

  • การดูแลแผลหลังสักไม่ดีพอ: หากรอยสักมีการติดเชื้อ แผลหายช้า จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดแผลเป็นนูน

  • พันธุกรรม: ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นคีลอยด์ จะมีความเสี่ยงสูงกว่าปกติเมื่อเกิดบาดแผล

ทำไมต้องรักษาด้วยเทคนิค “ยาฉีด + เลเซอร์ Medlite C6”?

การรักษาคีลอยด์ที่มีรอยสักอยู่ด้วยนั้นมีความซับซ้อนกว่าคีลอยด์ทั่วไป เพราะต้องจัดการทั้งความนูนของแผลและเม็ดสีของหมึกสัก จากคลิปวิดีโอรีวิว (รับชมคลิปเต็มได้ที่: https://www.youtube.com/watch?v=G5SudkgTI24) จะเห็นว่าเนรมิตคลินิกเลือกใช้ การรักษาแบบผสมผสาน (Combination Therapy) ดังนี้:

  1. การฉีดยารักษาแผลเป็นนูน (Steroid Injection): แพทย์จะฉีดยาเข้าไปที่ก้อนคีลอยด์โดยตรง เพื่อลดการอักเสบและยับยั้งการสร้างคอลลาเจนที่ผิดปกติ ช่วยให้ก้อนคีลอยด์นิ่มลงและยุบตัวแบนราบ

  2. การใช้เลเซอร์ Medlite C6 (Q-Switched Nd:YAG): ในขณะที่คีลอยด์ยุบตัว แพทย์จะใช้เลเซอร์ Medlite C6 ซึ่งมีจุดเด่นในการจับและทำลายเม็ดสีหมึกสักใต้ชั้นผิวให้แตกตัวเป็นอนุภาคเล็กๆ เพื่อให้ร่างกายขับออกตามธรรมชาติ พร้อมทั้งกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ทำให้รอยสักจางลงและแผลเป็นดูเรียบเนียนกลมกลืนกับผิวรอบข้างมากขึ้น

ขั้นตอนการรักษา ปลอดภัย เห็นผลชัดเจน

  1. ประเมินและทำความสะอาด: แพทย์ประเมินลักษณะความนูนของคีลอยด์และสีของรอยสัก

  2. ฉีดยาที่คีลอยด์: แพทย์เดินยาเข้าไปที่ก้อนแผลเป็นอย่างระมัดระวัง (อาจรู้สึกตึงๆ เล็กน้อย)

  3. ยิงเลเซอร์ Medlite C6: ใช้เลเซอร์ยิงบริเวณรอยสักและคีลอยด์ จะเกิดปฏิกิริยา Frosting (ผิวเปลี่ยนเป็นสีขาวฟูชั่วคราว) ซึ่งบ่งบอกว่าเลเซอร์ได้ทำลายเม็ดสีแล้ว

  4. ดูแลหลังทำ: เช็ดทำความสะอาด ทายา และให้คำแนะนำในการดูแลแผล

การดูแลตัวเองหลังรักษาคีลอยด์รอยสัก

  • หลีกเลี่ยงไม่ให้บริเวณที่ทำเลเซอร์โดนน้ำในช่วง 1-2 วันแรก

  • ห้ามแกะหรือเกาเด็ดขาด หากแผลตกสะเก็ด ควรปล่อยให้หลุดลอกไปเอง

  • ทายาหรือครีมบำรุงตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

  • มาพบแพทย์เพื่อติดตามผลและทำการรักษาอย่างต่อเนื่อง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: รักษาคีลอยด์จากการสัก เจ็บไหม? A: จะมีความรู้สึกตึงๆ และเจ็บคล้ายมดกัดในขั้นตอนการฉีดยาเข้าที่คีลอยด์ครับ ส่วนขั้นตอนการทำเลเซอร์ ก่อนทำจะมีการทายาชา ทำให้รู้สึกเพียงอุ่นๆ หรือเหมือนโดนดีดเบาๆ ที่ผิวเท่านั้น เป็นระดับที่ทนได้สบายครับ

Q: ต้องทำกี่ครั้ง คีลอยด์ถึงจะยุบและรอยสักถึงจะจาง? A: ต้องอาศัยความต่อเนื่องในการรักษา โดยทั่วไปแพทย์จะแนะนำให้ทำอย่างต่อเนื่อง 5-10 ครั้ง (ขึ้นอยู่กับขนาดความนูนของแผล ความลึกของหมึกสัก และการตอบสนองของแต่ละบุคคล) แผลจะค่อยๆ ยุบและรอยสักจะจางลงตามลำดับครับ

สรุป: ปัญหาคีลอยด์ที่เกิดจากการสัก สามารถแก้ไขให้ผิวกลับมาเรียบเนียนได้ ด้วยการรักษาแบบผสมผสานระหว่างการฉีดยาและเทคโนโลยีเลเซอร์ Medlite C6 ที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน หากคุณกำลังมีปัญหานี้และต้องการคำปรึกษา สามารถเข้ามาให้แพทย์ประเมินสภาพผิวได้ฟรีที่ เนรมิต คลินิก