แพทย์และเจ้าหน้า เนรมิต คลินิก ที่มีการฝึกอบรมและอัปเดทความรู้ใหม่ๆอย่างสม่ำเสมอ
ให้บริการด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง

FB : https://www.facebook.com/neramitclinic

Image Alt

Blog

รีวิวภาพการรักษาแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ที่เกิดจากการสัก ด้วยการใช้เครื่องเลเซอร์ Medlite C6 ควบคู่กับการฉีดยา

รีวิว รักษาคีลอยด์จากการสัก คืนผิวเรียบเนียน ปลอดภัยด้วยเลเซอร์ Medlite C6

“การสัก” คือศิลปะบนเรือนร่างที่หลายคนหลงใหล แต่ในบางครั้ง รอยสักที่ตั้งใจให้ออกมาสวยงามกลับกลายเป็นปัญหาใหญ่ เมื่อผิวหนังบริเวณรอยสักเกิดการนูน แข็ง คัน และขยายขนาดขึ้น จนกลายเป็น “แผลคีลอยด์จากการสัก” ซึ่งนอกจากจะทำให้ลายสักผิดเพี้ยนไปจากเดิมแล้ว ยังสร้างความรำคาญใจและสูญเสียความมั่นใจได้อีกด้วย

หากคุณกำลังประสบปัญหานี้ อย่าเพิ่งกังวลใจไป วันนี้เราจะพาไปชมรีวิวขั้นตอนการ รักษาคีลอยด์จากการสัก อย่างถูกวิธีและเห็นผลจริง ด้วยเทคนิคผสมผสาน (ยาฉีด + เลเซอร์ Medlite C6) ที่เนรมิตคลินิกกันครับ

คีลอยด์จากการสัก (Tattoo Keloid) เกิดจากอะไร?

แผลเป็นคีลอยด์ เกิดจากกระบวนการสมานแผลของร่างกายที่สร้างคอลลาเจนออกมามากเกินไปจนเป็นก้อนนูนหนา โดยสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดคีลอยด์หลังจากสัก มักมาจาก:

  • การลงเข็มสักที่ลึกเกินไป: ทำให้เนื้อเยื่อผิวหนังบาดเจ็บรุนแรง

  • การแพ้สีหมึกสัก: สีหมึกบางชนิดอาจทำให้ร่างกายเกิดปฏิกิริยาต่อต้านและอักเสบเรื้อรัง

  • การดูแลแผลหลังสักไม่ดีพอ: หากรอยสักมีการติดเชื้อ แผลหายช้า จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดแผลเป็นนูน

  • พันธุกรรม: ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นคีลอยด์ จะมีความเสี่ยงสูงกว่าปกติเมื่อเกิดบาดแผล

ทำไมต้องรักษาด้วยเทคนิค “ยาฉีด + เลเซอร์ Medlite C6”?

การรักษาคีลอยด์ที่มีรอยสักอยู่ด้วยนั้นมีความซับซ้อนกว่าคีลอยด์ทั่วไป เพราะต้องจัดการทั้งความนูนของแผลและเม็ดสีของหมึกสัก จากคลิปวิดีโอรีวิว (รับชมคลิปเต็มได้ที่: https://www.youtube.com/watch?v=G5SudkgTI24) จะเห็นว่าเนรมิตคลินิกเลือกใช้ การรักษาแบบผสมผสาน (Combination Therapy) ดังนี้:

  1. การฉีดยารักษาแผลเป็นนูน (Steroid Injection): แพทย์จะฉีดยาเข้าไปที่ก้อนคีลอยด์โดยตรง เพื่อลดการอักเสบและยับยั้งการสร้างคอลลาเจนที่ผิดปกติ ช่วยให้ก้อนคีลอยด์นิ่มลงและยุบตัวแบนราบ

  2. การใช้เลเซอร์ Medlite C6 (Q-Switched Nd:YAG): ในขณะที่คีลอยด์ยุบตัว แพทย์จะใช้เลเซอร์ Medlite C6 ซึ่งมีจุดเด่นในการจับและทำลายเม็ดสีหมึกสักใต้ชั้นผิวให้แตกตัวเป็นอนุภาคเล็กๆ เพื่อให้ร่างกายขับออกตามธรรมชาติ พร้อมทั้งกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ทำให้รอยสักจางลงและแผลเป็นดูเรียบเนียนกลมกลืนกับผิวรอบข้างมากขึ้น

ขั้นตอนการรักษา ปลอดภัย เห็นผลชัดเจน

  1. ประเมินและทำความสะอาด: แพทย์ประเมินลักษณะความนูนของคีลอยด์และสีของรอยสัก

  2. ฉีดยาที่คีลอยด์: แพทย์เดินยาเข้าไปที่ก้อนแผลเป็นอย่างระมัดระวัง (อาจรู้สึกตึงๆ เล็กน้อย)

  3. ยิงเลเซอร์ Medlite C6: ใช้เลเซอร์ยิงบริเวณรอยสักและคีลอยด์ จะเกิดปฏิกิริยา Frosting (ผิวเปลี่ยนเป็นสีขาวฟูชั่วคราว) ซึ่งบ่งบอกว่าเลเซอร์ได้ทำลายเม็ดสีแล้ว

  4. ดูแลหลังทำ: เช็ดทำความสะอาด ทายา และให้คำแนะนำในการดูแลแผล

การดูแลตัวเองหลังรักษาคีลอยด์รอยสัก

  • หลีกเลี่ยงไม่ให้บริเวณที่ทำเลเซอร์โดนน้ำในช่วง 1-2 วันแรก

  • ห้ามแกะหรือเกาเด็ดขาด หากแผลตกสะเก็ด ควรปล่อยให้หลุดลอกไปเอง

  • ทายาหรือครีมบำรุงตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด

  • มาพบแพทย์เพื่อติดตามผลและทำการรักษาอย่างต่อเนื่อง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: รักษาคีลอยด์จากการสัก เจ็บไหม? A: จะมีความรู้สึกตึงๆ และเจ็บคล้ายมดกัดในขั้นตอนการฉีดยาเข้าที่คีลอยด์ครับ ส่วนขั้นตอนการทำเลเซอร์ ก่อนทำจะมีการทายาชา ทำให้รู้สึกเพียงอุ่นๆ หรือเหมือนโดนดีดเบาๆ ที่ผิวเท่านั้น เป็นระดับที่ทนได้สบายครับ

Q: ต้องทำกี่ครั้ง คีลอยด์ถึงจะยุบและรอยสักถึงจะจาง? A: ต้องอาศัยความต่อเนื่องในการรักษา โดยทั่วไปแพทย์จะแนะนำให้ทำอย่างต่อเนื่อง 5-10 ครั้ง (ขึ้นอยู่กับขนาดความนูนของแผล ความลึกของหมึกสัก และการตอบสนองของแต่ละบุคคล) แผลจะค่อยๆ ยุบและรอยสักจะจางลงตามลำดับครับ

สรุป: ปัญหาคีลอยด์ที่เกิดจากการสัก สามารถแก้ไขให้ผิวกลับมาเรียบเนียนได้ ด้วยการรักษาแบบผสมผสานระหว่างการฉีดยาและเทคโนโลยีเลเซอร์ Medlite C6 ที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน หากคุณกำลังมีปัญหานี้และต้องการคำปรึกษา สามารถเข้ามาให้แพทย์ประเมินสภาพผิวได้ฟรีที่ เนรมิต คลินิก