แพทย์และเจ้าหน้า เนรมิต คลินิก ที่มีการฝึกอบรมและอัปเดทความรู้ใหม่ๆอย่างสม่ำเสมอ
ให้บริการด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง

FB : https://www.facebook.com/neramitclinic

เก็บสิว Tag

เก็บสิวยังไงไม่ให้มีรอยดำ ที่เนรมิต คลินิก “สิว” เป็นปัญหาผิวที่แทบทุกคนต้องเจอ และแม้สิวจะหายไปแล้ว แต่สิ่งที่หลายคนกังวลไม่แพ้กันคือ “รอยดำรอยแดงหลังเก็บสิว” ซึ่งทำให้ผิวไม่เรียบเนียนและแต่งหน้าติดยาก บทความนี้จะพาคุณมารู้เทคนิคการ เก็บสิวยังไงไม่ให้มีรอยดำ พร้อมวิธีดูแลผิวหลังเก็บสิวอย่างถูกต้อง โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก เนรมิต คลินิก ทำไม “เก็บสิวเอง” ถึงเสี่ยงมีรอยดำ การบีบหรือกดสิวเองที่บ้านมักทำให้สิวอักเสบมากขึ้น เพราะใช้แรงกดไม่เหมาะสมหรือไม่สะอาด ส่งผลให้ เกิดการอักเสบลึกจนเป็นรอยแดงหรือรอยดำ ผิวช้ำจากแรงกด สิวกลับมาอักเสบซ้ำเพราะเชื้อแบคทีเรีย ดังนั้น หากต้องการเก็บสิวโดยไม่ทิ้งรอย ควรทำโดยแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญในคลินิกที่ได้มาตรฐานเท่านั้น ขั้นตอน “เก็บสิวไม่มีรอย” ที่เนรมิต คลินิก ที่ เนรมิต คลินิก (Neramit Clinic) การเก็บสิวไม่ได้ทำเพียงแค่ “บีบสิว” เท่านั้น แต่เป็นการดูแลแบบครบวงจร โดยแพทย์จะวิเคราะห์สภาพผิวและเลือกวิธีที่เหมาะกับแต่ละคน เช่น 1. ทำความสะอาดและเปิดรูขุมขนอย่างอ่อนโยน ใช้เครื่อง โอโซนสตีม (Ozone Steam)

สิวอุดตัน สิวอุดตัน เกิดจากการสะสมของน้ำมันส่วนเกิน เซลล์ผิวที่ตาย และสิ่งสกปรกในรูขุมขน ทำให้เกิดการอุดตัน สิวอุดตันมีสองประเภทหลัก: สิวหัวขาว: เกิดจากการที่รูขุมขนปิดสนิท ทำให้สิ่งสกปรกอยู่ภายใน ไม่สามารถระบายออกมาได้ สิวหัวดำ: เกิดจากการที่รูขุมขนเปิด เมื่อสัมผัสอากาศจะทำให้เกิดการออกซิเดชั่น กลายเป็นสีดำ การรักษาสิวอุดตัน: ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิกหรือเรตินอล เพื่อช่วยละลายสิ่งอุดตัน เลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันมาก เพราะอาจทำให้รูขุมขนอุดตัน ทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยน เช้า-เย็น เพื่อลดการสะสมของน้ำมันและสิ่งสกปรก หากสิวอุดตันเยอะหรือเรื้อรัง อาจพิจารณาปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อใช้ยารักษา สิวอุดตัน รักษาด้วยหัตถการที่นิยมทำกันมีหลายวิธี โดยมักดำเนินการโดยแพทย์ผิวหนังหรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ปลอดภัยและลดความเสี่ยงในการเกิดรอยแผลหรือการอักเสบ วิธีการหลักๆ มีดังนี้: การกดสิว ใช้เครื่องมือพิเศษช่วยเปิดรูขุมขนและกดสิวออก เพื่อลดการอุดตัน เหมาะสำหรับสิวหัวดำและสิวหัวขาว แต่อาจมีการระคายเคืองได้หากทำบ่อยหรือทำไม่ถูกวิธี การลอกผิวด้วยสารเคมี (Chemical Peeling) ใช้กรดผลไม้หรือสารเคมีอ่อนๆ เช่น กรดซาลิไซลิกหรือกรดไกลโคลิก ช่วยลอกเซลล์ผิวที่ตายออก ลดการอุดตันรูขุมขน และกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวใหม่ เหมาะสำหรับสิวอุดตันที่เกิดซ้ำๆ การเลเซอร์ ใช้เลเซอร์

เก็บสิว เก็บสิว หลายคนคงจะเคยมีปัญหาเกี่ยวกับการรักษาสิวกันอยู่บ้าง ยิ่งในช่วงเวลาที่สิวเจ้าปัญหาบุกขึ้นหน้า อักเสบแดงเต็มไปหมด ไม่เพียงสร้างความรำคาญใจเท่านั้น แต่ยังทำลายความมั่นใจให้ลดน้อยลง และสำหรับบางคนที่หน้าเป็นสิวบ่อยๆ อาจจะไม่รู้ตัวว่ามีพฤติกรรมบางอย่างที่กำลังทำร้ายผิวหน้า แถมทำให้ปัญหาสิวลุกลาม แย่ลงได้ รวมไปถึงอยากจะทายารักษาสิวแต่พอทาไปแล้วก็เกิดปัญหาตามมามากมาย ทั้งอาการแสบ หน้าแห้ง หน้าลอก จนลังเลใจว่าจะทายาดีมั้ย และเอายังไงกับความยุ่งยากนี้ดี แต่ไม่ต้องกังวลมากจนเกินไป เพราะปัญหาเหล่านี้ย่อมมีทางออกด้วยคำแนะนำต่อไปนี้ กลไกการเกิดสิวส่วนใหญ่มักเกิดจากการอุดตันของเซลล์ผิวที่ตาย ไขมัน (Sebum) และแบคทีเรียในรูขุมขน สิวสามารถขึ้นได้ทุกที่ทั่วทั้งร่างกายที่มีต่อมไขมันอาศัยอยู่ นอกจากการอุดตันแล้ว พันธุกรรมก็เป็นอีกปัจจัยหากคนในครอบครัวมีประวัติการเป็นสิว จะยิ่งเพิ่มให้คุณมีโอกาสเป็นสิวได้เช่นเดียวกัน และอีกปัจจัยที่ทำให้สิวเห่อคือ ฮอร์โมน หากอยู่ในช่วงวัยรุ่น ช่วงที่มีกำลังมีประจำเดือน หรือช่วงตั้งครรภ์ ในช่วงนั้นฮอร์โมนจะมีการแปรปรวนทำให้สิวขึ้นได้ และยังมีอีกหลายปัจจัยที่กระตุ้นให้สิวเห่อขึ้นเต็มหน้า ปัจจัยที่กระตุ้นให้สิวเห่อ มีดังนี้ ความเครียด เมื่อร่างกายเกิดความเครียด ร่างกายของเราจะผลิตฮอร์โมน Corticotrophin-releasing ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้จะไปกระตุ้นการหลั่งของ Cytokines ที่อักเสบและส่งผลต่อการผลิตน้ำมัน ทำให้มีการผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป เมื่อมีน้ำมันส่วนเกินมากเกินไปจะทำให้เกิดการอุดตันภายในรูขุมขน