แพทย์และเจ้าหน้า เนรมิต คลินิก ที่มีการฝึกอบรมและอัปเดทความรู้ใหม่ๆอย่างสม่ำเสมอ
ให้บริการด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง

FB : https://www.facebook.com/neramitclinic

Nermit Clinic

ปัจจุบันนี้ เทรนด์เสริมจมูกกำลังมาแรงมาก ไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิงก็สามารถเสริมจมูกให้สวยและดูดีขึ้นมาได้ไม่ยาก แต่ทราบกันหรือไม่ ว่าซิลิโคนที่นำมาใช้เสริมจมูกที่ดีที่สุด สวยสุด และปังสุดนั้น คือ “Eiffel Silicone” หรือ “ไอเฟล ซิลิโคน” ซึ่งเป็นซิลิโคนเกรดพรีเมี่ยมนำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา วันนี้ เราเลยมีข้อดีของการเสริมจมูกด้วยซิลิโคนชนิดนี้มาฝากกันค่ะ 1. เสริมจมูกได้แบบไร้รอยต่อ ด้วยความที่ Eiffel Silicone นั้นมีส่วนเว้าส่วนโค้งที่บริเวณหัวตา ทำให้เมื่อนำมาใช้เสริมจมูกแล้ว จะไม่เห็นรอยต่อของซิลิโคนตรงบริเวณระหว่างคิ้วเลย ซึ่งตรงบริเวณสันจมูกจะมนกลม มีความสโลฟเล็กน้อย และปีกด้านข้างจะราบเรียบไปตามแนวกระดูกเดิม ทำให้มั่นใจได้ว่าจะสวยเนียนเป็นธรรมชาติได้อย่างแน่นอน 2. ทำให้ใบหน้าดูมีมิติ เพิ่มเสน่ห์ให้ชวนหลงใหล ด้วยความพิเศษของ Eiffel Silicone โดยเฉพาะที่มีส่วนปลายของจมูกเป็นแบบ supra tip brake ซึ่งจะทำให้ปลายจมูกเชิดขึ้นเล็กน้อย เมื่อเสริมแล้วจะทำให้ใบหน้าดูมีมิติ เสริมเสน่ห์ให้น่ามองมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญทรงจมูกรูปทรงปลายเชิดกำลังอินเทรนด์มาก นอกจากจะสวยเหมือนหลุดออกมาจากซีรีย์เกาหลีแล้ว ยังถือว่าเป็นรูปทรงจมูกที่โหงวเฮ้งดีมาก

ปัจจุบันต้องยอมรับเลยว่าเทรนด์เสริมจมูกกำลังมาแรงมาก ๆ และเดี๋ยวนี้การเสริมจมูกไม่ใช่เป็นการเสริมความสวยความงามแต่อย่างเดียว แต่ยังมีความเชื่อในเรื่องของการปรับโหงวเฮ้งบนใบหน้า เพื่อเรียกทรัพย์สินเงินทอง รวมทั้งยังเชื่อว่าจะทำให้สุขภาพแข็งแรงได้อีกด้วย ดังนั้น หากใครที่คิดจะเสริมจมูกอย่าลืมศึกษาศาสตร์ด้านนี้สักนิดนึงนะคะ และวันนี้ เนรมิต คลินิกของเรา ก็มีความรู้เกี่ยวกับศาสตร์โหงวเฮ้งจมูกกับรูปทรงของจมูกทั้ง 5 แบบ ที่เชื่อว่าทำแล้วดีสุดๆ มาฝากกันค่ะ 1. ทรงจมูกแบบปลายพุ่ง เป็นเทรนด์ที่นิยมมาก เพราะเป็นทรงจมูกที่ทำออกมาแล้วรับรองว่าจมูกจะเป็นสันพุ่งโด่งสวย ทำให้ใบหน้ามีมิติมากๆ โดยทรงปลายพุ่งนั้นจะมีรูปทรงจมูกที่โด่ง แหลม เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาดั้งแหมบ หรือดั้งจมูกไม่ได้รูปทรง และในทางความเชื่อของโหงวเฮ้ง ก็เชื่อว่าหากเสริมจมูกทรงนี้แล้วจะช่วยให้ธุรกิจหรือการงานมีความก้าวหน้า มั่นคงและมั่งคั่งมากขึ้น 2. ทรงจมูกแบบปลายเชิด หากใครที่อยากมีใบหน้าสวยเก๋ แบบเปรี้ยว เฉี่ยวสุด ๆ ก็ต้องลองเสริมจมูกแบบปลายเชิด แต่คนที่คิดจะทำจมูกทรงนี้ก็ควรจะต้องเป็นคนที่มีดั้งเป็นทุนเดิมอยู่แล้วนะคะ เพียงแต่ปีกจมูกหรือฐานจมูกใหญ่ รับรองว่าเพียงแค่เสริมจมูกเป็นทรงปลายเชิด จะต้องเริ่ดแน่นอน และในทางโหงวเฮ้ง ก็เชื่อว่าทรงนี้ทำให้เก็บเงินทองได้ไม่รั่วไหลนั่นเอง 3. ทรงจมูกแบบที่รูจมูกแคบ รูจมูกก็ถือว่าเป็นโหงวเฮ้งจมูกที่สำคัญ เพราะเชื่อว่าถ้ารูจมูกใหญ่เกินไปก็จะทำให้เก็บทรัพย์สินไม่อยู่ โดยส่วนใหญ่จะนิยมตัดปีกจมูก

ปัญหาสิวบนใบหน้าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับทุกคนบนโลกใบนี้ แต่หลังจากที่เรากำจัดสิวไปได้แล้ว หลายครั้งเราต้องเป็นกังวลกับรอยจุดด่างดำที่เจ้าสิวตัวแสบทิ้งไว้ แล้วรู้ไหมคะว่า “สิว” แท้จริงมีสาเหตุเกิดจากอะไรกันแน่ ทำไมเป็นแล้วจึงชอบวนเวียนกลับมาเป็นอีก บางครั้งก็ชอบขึ้นในบริเวณจุดเดิมซ้ำ ๆ วันนี้เนรมิต คลินิก มีคำตอบมาฝากกันค่ะ สิวมีกี่ชนิด? ในทางการแพทย์ เราแบ่งสิวออกเป็น 2 ประเภท คือ สิวอักเสบและสิวไม่อักเสบ โดยแต่ละประเภทมีความแตกต่างกันง่ายๆ ดังนี้ 1. สิวอักเสบ (Inflammatory acne) วิธีสังเกตง่าย ๆ ว่าสิวอักเสบหรือไม่อักเสบจะต่างกันที่ สิวอักเสบเวลากดจะรู้สึกเจ็บ ตรงที่เกิดสิวจะมีลักษณะบวมนูน แดง บางครั้งมองด้วยสายตาก็จะเห็นว่ามีหนองอย่างชัดเจน หรือมีการพัฒนาเป็นสิวหัวช้าง สิวซีสต์ชนิดรุนแรง ซึ่งหากปล่อยไว้เซลล์ผิวก็จะถูกกัดกร่อนไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นหลุมสิว หลังจากรักษาสิวหายแล้วก็อาจจะกลายเป็นแผลเป็นขนาดใหญ่ได้ 2. สิวไม่อักเสบ (Non – inflammatory acne) สิวไม่อักเสบหลายคนอาจจะคิดว่าไม่น่าจะร้ายแรงเท่าสิวอักเสบ แต่ก็เป็นปัญหาสิวไม่ต่างกัน

ตามความเชื่อชาวจีนแล้ว “ปาก” ถือว่าเป็นอวัยวะอย่างหนึ่งที่สำคัญมากสำหรับการเจรจาค้าขาย จะทำมาค้าขึ้นก็อยู่ที่ “ฝีปาก” และรูปทรงปากที่เป็น “ปากกระจับ” จะช่วยให้ทำกิจการได้ก็สามารถพูดคุย เจรจา ตกลงธุรกิจได้สำเร็จอย่างแน่นอน ซึ่งเรามีเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับความเชื่อนี้มาฝากกันค่ะ ความเชื่อด้านโหงวเฮ้ง ของปากกระจับ ใครก็ตามที่มีลักษณะปากกระจับ ในทางโหงวเฮ้งเชื่อว่าจะทำให้พูดโน้มน้าวจิตใจคนได้เก่งมาก ทำให้ไม่ว่าจะค้าขาย ทำธุรกิจ ก็จะมีแต่ความก้าวหน้า เงินทองไหลมาเทมา สนทนาไม่ว่าเรื่องใดก็จะประสบแต่ความสำเร็จ ความเชื่อในโลกความสวยความงามกับการทำปากกระจับ ปากกระจับไม่เพียงแต่จะเป็นรูปทรงปากที่สวยงาม น่ารักแล้ว การทำปากกระจับยังช่วยทำให้ใครหลายคนที่เคยมีริมฝีปากหนาห้อย จนอาจจะโดนเพื่อนล้อเป็นประจำจนเสียความมั่นใจไปแล้ว แต่เมื่อได้ทำศัลยกรรมริมฝีปากให้สวยเป็นรูปปากกระจับ ก็สามารถช่วยเรียกความมั่นใจให้กลับมาได้อีกด้วย ซึ่งนั่นอาจจะเสริมความเชื่อศาสตร์ของโหงวเฮ้งที่บอกว่าคนที่มีลักษณะเป็นปากกระจับ เจรจาเรื่องใดก็เป็นผลสำเร็จ ซึ่งส่วนหนึ่งก็เพราะความมั่นใจนั่นเอง อยากทำปากกระจับต้องทำอย่างไร การเตรียมตัวทำปากกระจับนั้น ก่อนอื่นต้องแจ้งประวัติการแพ้ยา อาหารเสริม ยาที่กำลังกินอยู่เป็นประจำให้คุณหมอทราบเสียก่อนการผ่าตัด ซึ่งหากมีโรคประจำตัว เช่น ความดัน เบาหวาน หัวใจ หอบ ก็ต้องแจ้งคุณหมอให้ทราบ พร้อมกับตัวยาที่กำลังรับประทานอยู่ในปัจจุบัน เพื่อคุณหมอจะได้วางแผนการผ่าตัดได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยต่อตัวคนไข้ได้มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้คนไข้ไม่จำเป็นจะต้องงดยาที่รับประทานอยู่เป็นประจำเพื่อจะทำการผ่าตัด แต่ก่อนการผ่าตัดก็ต้องทำความสะอาดช่องปากให้สะอาด

ปัญหาสิวมักก่อให้เกิดปัญหารำคาญใจตามมาอย่างเรื้อรัง เพราะเมื่อรักษาสิวให้หายแล้วก็ยังมีร่องรอยจากสิวตามมาให้รักษาอีกอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นสิวอุดตัน สิวอักเสบ สิวผด ก็ล้วนแต่ก่อให้เกิดรอยดำรอยแดงจากสิวด้วยกันทั้งนั้น แล้วเราจะมีวิธีการรักษาร่องรอยเหล่านี้ได้อย่างไร วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ มาฝากกันค่ะ 1. ใช้เบกกิ้งโซดา เพียงแค่นำเอาเบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา ผสมกับน้ำเปล่า 2 ช้อนชา แล้วนำมาขัดวนบนผิวหน้าอย่างเบามือ สัก 1 – 2 นาที แล้วทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด เบกกิ้งโซดาจะช่วยลดรอยดำรอยแดงจากสิวลงได้ค่ะ แต่วิธีนี้ก็ใช้ได้เฉพาะกับคนที่รอยดำรอยแดงจากสิวไม่มากนะคะ 2. ใช้มะขามเปียก น้ำผึ้ง และนมสด เป็นสูตรธรรมชาติอีกสูตรที่ใช้กันมาอย่างยาวนาน โดยมะขามเปียกนั้นมีความเป็นกรดสูงมาก ช่วยทำให้ผิวผลัดเซลล์ได้ล้ำลึก แต่หากเป็นคนที่มีผิวแห้ง ก็อาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองได้เช่นกัน โดยใช้นำน้ำมะขามเปียก น้ำผึ้ง นมสด ผสมให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำมาพอกลงบนใบหน้า ทิ้งไว้

สำหรับหลายคนปัญหาขนที่ขึ้นมากจนเกินไป อาจทำให้กลายเป็นปัญหาสำคัญในการใช้ชีวิต แต่ด้วยปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ช่วยให้ปัญหาหลายอย่างหายไปอย่างง่ายดาย อย่างการกำจัดขนด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ GentleYAG ก็เป็นเรื่องที่ทำง่ายและได้ผล ซึ่งเรามีเรื่องราวดี ๆ ของประสิทธิภาพเลเซอร์ GentleYAG มาฝากกันค่ะ เทคโนโลยีเลเซอร์ GentleYAG คืออะไร วิธีกำจัดขนด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ GentleYAGg เป็นสุดยอดนวัตกรรมที่ดีที่สุดของประเทศไทยในขณะนี้ ด้วยเป็นเทคโนโลยีที่นำเข้าจากสหรัฐอเมริกา จากการผลิตที่ได้มาตรฐานของบริษัท Candela ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเลเซอร์ที่ดีที่สุดสำหรับคนเอเชียที่จะสามารถกำจัดขนทุกชนิดของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งกำจัดขนรักแร้ กำจัดขนขา และยังเป็นเทคโนโลยีการกำจัดขนถาวรที่ได้ผลที่สุดอีกด้วย กลไกการทำงานของเลเซอร์ GentleYAG เทคโนโลยีเลเซอร์ GentleYAG ใช้กลไกความเข้มข้นของแสงสูงสุดยิงตรงไปที่รากขน โดยไม่ทำอันตรายแก่รูขุมขน ถึงแม้เส้นนั้นจะเล็กบางแค่ไหนก็สามารถกำจัดขนให้หมดไปได้ โดยอย่างที่กล่าวว่าเลเซอร์จะทำลายถึงรากขน ดังนั้น การกำจัดขนจึงรอแค่ยิงเลเซอร์และปล่อยให้เส้นขนค่อย ๆ บางลงจนกระทั่งไม่มีการเกิดใหม่ของเส้นขนอีกต่อไป เป็นการกำจัดขนถาวรที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด อีกทั้งยังหมดกังวลในเรื่องผิวไม่สม่ำเสมอ รูขุมขนกว้างได้อย่างหายห่วง เพราะเลเซอร์ GentleYAG จะไม่ทำลายเซลล์ผิวแม้แต่ส่วนเดียว ถือว่าเป็นวิธีกำจัดขนที่ปลอดภัยและสะดวกอีกวิธีหนึ่ง ผลลัพธ์ที่ได้ หากกำจัดขนด้วยเลเซอร์

ปัญหาฝ้า กระ เป็นปัญหาสำคัญสำหรับผู้หญิง โดยเฉพาะผู้หญิงแทบเอเชียที่ต้องเจอกับแสงแดดจ้าเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้ฝ้ากลายเป็นปัญหาผิวที่สำคัญและเป็นปัญหาผิวที่มาแบบเรื้อรัง รักษาเท่าไหร่ก็ไม่ยอมหายไปเสียที เพราะถ้าหากใครที่เป็นฝ้าก็คงจะรู้ดีว่าการรักษาฝ้านั้น ต้องใช้ระยะเวลาและความอดทนเป็นอย่างมากค่ะ ซึ่งวันนี้เรามีเคล็ดลับที่จะช่วยรักษาฝ้าให้หายเร็วขึ้น มาฝากกันค่ะ ฝ้าเกิดจากอะไร ส่วนใหญ่แล้วคนที่มีปัญหากระก็มักจะมีปัญหาฝ้าตามมาด้วยเช่นกัน เพราะกระและฝ้านั้นเกิดจากเม็ดสีเมลานินหรือเม็ดสีผิวใต้ผิวหนัง สะสมในผิวหนังมากจนเกินไป ทำให้ผิวบริเวณนั้นเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลนั่นเอง อีกทั้งปัญหาฝ้ายังเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ดังนี้ 1. แสงยูวี โดยในดวงอาทิตย์มีแสงยูวี (UV) หรือที่เราเรียกว่า “รังสีอุลตร้าไวโอเลต” ที่เป็นทั้งชนิด UVA และ UVB ซึ่งหากได้รับมากจนเกินไปก็จะทำร้ายผิวจนทำให้เป็นฝ้าได้ 2. สารสเตียรอยด์ในเครื่องสำอาง หากครีมหรือเครื่องสำอางผสมสารสเตียรอยด์มากจนเกินไป ก็จะให้ผิวบางลงจนทำให้แสงแดดทำร้ายผิวได้มากเช่นกัน และทำให้เกิดปัญหาฝ้าตามมาได้ 3. กรรมพันธุ์ หากคนในครอบครัวมีปัญหาฝ้า ก็เชื่อว่าอีกคนในครอบครัวเดียวกันหรือมีดีเอ็นเอที่ตรงกัน จะมีปัญหาฝ้าได้ง่ายถึง 30 – 50 % 4. ฮอร์โมน เพราะฮอร์โมนมีผลทำให้เซลล์ผิวสร้างเม็ดสีหรือเมลานินทำงานผิดปกติ จึงทำให้มีปัญหาฝ้าตามมาได้

ขนในที่จุดซ่อนเร้นมักจะเป็นปัญหาของสาว ๆ อยู่เสมอ โดยเฉพาะเวลาที่เราต้องการจะใส่บิกินี่โชว์สัดส่วน ถึงแม้ว่าขนจะเป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างมาก็จริง แต่สำหรับผู้หญิงทุกคนก็อยากจะให้ผิวพรรณทุกส่วนมีความเรียบเนียนเสมอ เพราะหากจะต้องมากังวลว่าจะมีส่วนใดแพลมออกมา ก็อาจทำให้หมดความมั่นใจกันได้ง่ายๆ ดังนั้นวันนี้ เราเลยมี 3 วิธีสุดฮอตที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้ในการกำจัดขนมาฝากค่ะ 1. ใช้ “แว็กซ์” กำจัดขน เป็นวิธีที่ค่อนข้างจะทรมานผิวส่วนนั้นอยู่สักหน่อยนะคะ แต่ว่าการกำจัดขนด้วยวิธีนี้จะได้ผลอยู่ประมาณ 5 – 6 สัปดาห์เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นสาว ๆ จึงนิยมใช้วิธีนี้เป็นตัวช่วยกำจัดขน แต่การแว็กซ์ก็มีข้อเสียตรงที่หากมีกิจกรรมเพศสัมพันธ์ก็อาจจะเสี่ยงติดเชื้อแบคทีเรียได้ง่าย 2. ใช้ “ใบมีดโกน” กำจัดขน เป็นวิธีกำจัดขนในระยะสั้น ๆ เท่านั้น โดยการโกนขนนั้นก็ควรจะใช้น้ำอุ่นเข้าช่วยเพื่อเปิดรูขุมขนให้กว้าง ก็จะทำให้โกนขนส่วนนั้นได้ง่ายขึ้นค่ะ โดยหลังโกนอาจจะทำให้รู้สึกระคายเคือง คันในผิวส่วนนั้นได้ค่ะ ซึ่งหากมีอาการดังกล่าวก็ควรใช้ออยล์ทาตรงบริเวณที่คัน ก็จะช่วยบรรเทาลงได้ 3. ใช้ “เลเซอร์” กำจัดขน เป็นอีกวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะไม่ยุ่งยาก ไม่เจ็บตัว

ในสมัยก่อนการสักส่วนใหญ่จะใช้เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ป้องกันอาคม และสิ่งชั่วร้าย โดยส่วนใหญ่ผู้ชายมักจะนิยมสัก แต่ในปัจจุบันการสักเป็นศิลปะแขนงหนึ่งที่ทั้งผู้ชายและผู้หญิงมักจะให้ความสำคัญอย่างเท่าเทียมกัน แต่สำหรับบางคน รอยสักในช่วงวัยรุ่น อาจจะเป็นอุปสรรคเวลาสมัครงานในภายหลังได้ วันนี้เลยมีวิธีการลบรอยสักแบบง่ายๆ ที่กำลังได้รับความนิยมสุดๆ อย่าง “การลบรอยสักด้วยเลเซอร์” ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะมีคำถาม มาฝากกันค่ะ 1. ลบรอยสักด้วยครีมกับเลเซอร์แบบไหนดีกว่ากัน สมัยนี้มีครีมลบรอยสักขายตามอินเตอร์เน็ตมากมาย บางครั้งก็มาเป็นในรูปแบบเซรั่ม ซึ่งขอแนะนำว่า ควรตรวจสอบมาตรฐานของสารประกอบผลิตภัณฑ์ให้ดีด้วยนะคะ เพราะอาจเกิดกรณีที่ครีมมีส่วนผสมที่เป็นกรดมากเกินไป จนอาจทำร้ายผิวของเราอย่างหนักได้ 2. เครื่องเลเซอร์เป็นแบบใด เครื่องเลเซอร์ที่สถาบันความงามใช้มีหลายชนิด แต่ชนิดที่ทำให้มีรอยแผลเป็นน้อยที่สุดและปลอดภัยมากที่สุดชนิดหนึ่งอย่างที่ทางเนคมิต คลินิกใช้ ก็คือ เลเซอร์ชนิด Q-Switched ทั้ง nano-second และ pico-second laser โดยต้องแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะยิงเลเซอร์ลงไปที่จุดเฉพาะส่วนที่เป็นรอยสักเท่านั้น เพื่อจะได้ทำลายสีที่สักอยู่บนผิวให้ลอกออกไป 3. ลบรอยสักกี่ครั้งถึงจะหมด เป็นคำถามสุดฮิตข้อหนึ่งเลยนะคะ ซึ่งคงต้องตอบว่าโดยทั่วไปแล้วจะช้าจะเร็วขึ้นอยู่กับความกว้างของพื้นที่รอยสักนั้น ถ้ารอยสักใหญ่ก็ต้องใช้ระยะเวลาในการลบรอยสักค่อนข้างนาน และถ้ารอยสักที่มีสีแดง สีเหลือง สีส้ม ก็จะใช้เวลาลบรอยสักนานกว่ารอยสักที่เป็นสีเขียวหรือสีดำ

ปัจจุบันนี้ หลายคนนิยมหันมาตัดปีกจมูกกันมากขึ้น นอกเหนือไปจากการเสริมจมูก เพียงอย่างเดียว เพราะการตัดปีกจมูกจะช่วยเสริมให้รูปทรงจมูกเรียวสวยมากขึ้น บางคนมีดั้งเป็นสันจมูกที่สวยอยู่แล้ว แต่อาจมีปัญหาเรื่องฐานจมูกกว้างจึงทำศัลยกรรมตัดปีกจมูก ก็ช่วยให้จมูกเรียวและสวยขึ้นได้ และครั้งนี้เราก็ได้รวบรวมข้อสงสัยที่มีในการตัดปีกจมูกมาไขข้อสงสัยให้ค่ะ 1. ตัดปีกจมูกทำให้จมูกโด่งขึ้นได้จริงหรือไม่ สำหรับข้อนี้ ถือว่าเป็นคำถามสุดฮิตกันเลยทีเดียว แต่สำหรับคำตอบ อาจจะต้องดูกันที่ลักษณะของดั้งจมูกแต่ละคนกันด้วยนะคะ เพราะโดยปกติแล้ว คุณหมอมักจะตัดปีกจมูกในขณะที่เสริมดั้ง เพื่อช่วยให้จมูกมีรูปทรงสวยเรียวได้รูปเข้ากับใบหน้า แต่ทั้งนี้หากไม่ได้ทำการเสริมจมูกแต่เป็นการตัดปีกจมูกเพียงอย่างเดียว ก็ต้องพิจารณาดั้งจมูกของแต่ละบุคคลด้วย ซึ่งบางคนมีลักษณะดั้งแหมบ แบนราบ การตัดปีกจมูกก็ไม่ช่วยเสริมให้มีดั้งได้อย่างที่ตั้งใจ ดั้งนั้น แนะนำให้ลองเข้าไปปรึกษาคุณหมอกันดู ก็จะมั่นใจได้มากขึ้นนะคะ 2. ตัดปีกจมูกทำกันอย่างไร วิธีการตัดปีกจมูกนั้น คุณหมอจะต้องทำการวัดไม่ให้ฐานจมูกกว้างเกิดหัวตาด้านในมากจนเกินไป ปลายจมูกจะต้องไม่กว้างเกินกว่า 75 % ของความกว้างของฐานจมูก โดยการตัดปีกจมูกจะมีอยู่ด้วยกัน 4 วิธี คือ การเย็บข้างแบบไม่ตัดปีกจมูกออก การตัดเนื้อปีกจมูกด้านข้างออก การตัดเนื้อด้านในเพื่อลดฐานกว้างหรือความบานของรูจมูก และการตัดความหนาของปีกจมูกออกไป แต่ทั้งนี้การตัดเนื้อปีกจมูก คุณหมอจะเป็นคนพิจารณาความเหมาะสม