ผ่าตัดคีลอยด์
ผ่าตัดคีลอยด์ ผ่าตัดคีลอยด์ และ แผลเป็นนูนเป็นอย่างไร ? ลักษณะเป็นปื้นนูนแข็ง ตามแนวรอยแผล (กรณีของแผลเป็นนูน) หรือล้ำออกมานอกรอยแผล (กรณีของคีลอยด์) เกิดตามหลังการบาดเจ็บหรือการอักเสบรุนแรงของผิวหนัง เนื่องจากมีการซ่อมแซมของผิวหนังที่มากผิดปกติ อาจมีอาการคันและเจ็บร่วม กรณีเป็นคีลอยด์สามารถขยายขนาดขึ้นได้เรื่อยๆ พบบ่อยในผู้มีแผลเป็นนูนมาก่อน มีผิวเข้ม การเกิดแผลในตำแหน่งที่มีความตึงของผิวสูง เช่น หน้าอก ไหล่ สะบักหลัง แนวกราม และพบมากขึ้นในแผลติดเชื้อ แผลลึก ผ่าตัดคีลอยด์ รักษาอย่างไร ? วิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพดี การฉีดยาสเตียรอยด์เข้าไปในแผล เป็นการรักษาหลัก เลเซอร์ชนิด Pulse dye laser หรือ V beam laser เป็นการรักษาร่วม โดยเลเซอร์ จะช่วยลดรอยแดงเพิ่มความเรียบเนียน เพิ่มประสิทธิภาพทั้งด้านการรักษาและป้องกันการเกิดแผลเป็น การจี้เย็นด้วยไนโตรเจนเหลว (Cryotherapy) เป็นการรักษาร่วมในรอยโรคที่นูนหนาแข็งมาก
รักษาแผลเป็น
รักษาแผลเป็น รักษาแผลเป็น แผลเป็นนูนเกินหรือคีลอยด์หมายถึง แผลเป็นที่โตนูนและขยายใหญ่เกินขอบเขตของแผลเดิมไปมาก มีลักษณะหนาแข็ง และนูนขึ้นมา แผลเป็นอาจมีผิวสีเข้มหรือสีซีดก็ได้ รักษาแผนเป็น ด้วย A-TONE Premium IPL & PIP Toning เทคนิคแสงความเข้มข้นสูง คืออะไร IPL (ย่อมาจาก Intense Pulsed Light) เป็นเครื่องมือที่ให้ลำแสงที่มีความเข้มข้นสูงมีความยาวของคลื่นแสงตั้งแต่ 515 ถึง 1,200 นาโนเมตร • และสามารถปรับความยาวของคลื่น และระยะเวลาการปล่อยลำแสงที่พอเหมาะในการใช้งานโดยการใช้ฟิลเตอร์ • หลักการทำงานของ IPL แตกต่างจาก Laser ตรงที่คลื่นแสงที่ถูกปล่อยออกมาจะมีช่วงความยาวของคลื่นแสงที่กว้างกว่า • IPL ถูกนำมาใช้งานในการรักษารอยโรคบางชนิดบนผิวหนังและใช้ในการปรับสภาพผิวหน้าในผู้ป่วย ปัจจุบันมีเครื่อง IPL หลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป รอยผิวที่สามารถรักษาได้โดย IPL ได้แก่ 1. รอยโรคของเส้นเลือด
รักษาฝ้ากระ
รักษาฝ้ากระ รักษาฝ้ากระ ปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ ที่ผู้หญิงวัย 30 ขึ้นไปมักพบเจอ เป็นตัวการทำหน้าโทรม แลดูไม่สดใส แถมบางครั้งยังทำให้รู้สึกเหมือนแก่ก่อนวัย โชคดีที่ปัจจุบันเราสามารถรักษาและดูแลผิวหน้าให้กลับมาดีขึ้นได้แบบง่ายๆ และเห็นผลเร็ว ด้วยการทำเลเซอร์ ซึ่งปัจจุบันมีเลเซอร์หลายประเภทที่ใช้ในการรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ ลบรอยแผลเป็น แต่วันนี้เราจะกล่าวถึงนวัตกรรมการ ‘ทำเลเซอร์ Medlite C6’ ว่าคืออะไร? ทำแล้วจะช่วยให้ผิวหน้าดีขึ้นอย่างไร? และมีความปลอดภัยมากแค่ไหน? มาทราบไปพร้อมๆ กันได้เลย รักษาฝ้ากระ ด้วย Laser Medlite C6 Medlite C6 คือ นวัตกรรมเลเซอร์ที่ใช้ในการรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยแผลเป็น รอยสิวและฟื้นฟูผิวระดับ “Gold Standard” ที่มีความปลอดภัยสูงจากประเทศสหรัฐอเมริกา
รักษาฝ้า
รักษาฝ้า รักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ ที่ผู้หญิงวัย 30 ขึ้นไปมักพบเจอ เป็นตัวการทำหน้าโทรม แลดูไม่สดใส แถมบางครั้งยังทำให้รู้สึกเหมือนแก่ก่อนวัย โชคดีที่ปัจจุบันเราสามารถรักษาและดูแลผิวหน้าให้กลับมาดีขึ้นได้แบบง่ายๆ และเห็นผลเร็ว ด้วยการทำเลเซอร์ ซึ่งปัจจุบันมีเลเซอร์หลายประเภทที่ใช้ในการรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ ลบรอยแผลเป็น แต่วันนี้เราจะกล่าวถึงนวัตกรรมการ ‘ทำเลเซอร์ Medlite C6’ ว่าคืออะไร? ทำแล้วจะช่วยให้ผิวหน้าดีขึ้นอย่างไร? และมีความปลอดภัยมากแค่ไหน? มาทราบไปพร้อมๆ กันได้เลย รักษาฝ้าด้วยMedlite C6 Medlite C6 คือ นวัตกรรมเลเซอร์ที่ใช้ในการรักษาฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยแผลเป็น รอยสิวและฟื้นฟูผิว ซึ่งเป็นเทคโนโลยี Q-Switched Nd:YAG ที่สามารถปล่อยพลังงานเลเซอร์ออกมา 2 ชนิด คือ
ลบรอยสักใน5นาที
ลบรอยสักใน5นาที ลบรอยสักใน5นาที การทำให้ผิวพรรณมีความเกลี้ยงเกลา ขาวใสไร้จุดด่างดำ และกำจัดขนหรือลบรอยที่ไม่พึงประสงค์อย่างเช่นรอยสัก เป็นที่ต้องการของผู้คนมากมายและยังส่งผลให้เกิดการรักษาด้วยวิธีต่างๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และด้วยวิวัฒนาการที่ก้าวหน้าในปัจจุบันของการดูแลผิวยุคใหม่ หนึ่งในวิธีการที่นิยมกันอย่างกว้างขวาง คือ การทำ Yag Laser ลบรอยสักใน5นาที Yag Laser คืออะไร และทำงานอย่างไร? Yag Laser (Yttrium-Aluminum Garnet Laser) หรือที่คนทั่วไปรู้จักกันดีในชื่อทางการค้า Gentle Yag เป็นเทคโนโลยีเพื่อการปรับสภาพผิวประเภทหนึ่ง ซึ่งมีวิธีการคือปล่อยแสงในคลื่นความถี่ที่เหมาะสม เข้าไปยังรอยดำหรือจุดดำคล้ำที่อยู่ลึกในชั้นผิวหนังขนาดเล็ก ขณะยิงเลเซอร์จะปล่อยพลังออกมาในช่วงสั้นๆ แต่ให้กำลังแสงสูง แสงเลเซอร์ที่ปล่อยออกไปจะถูกเมลานินหรือเซลล์เม็ดสีในผิวหนังดูดซับ จากนั้นเซลล์เม็ดสีจะถูกทำลายแล้วสลายไปตามธรรมชาติ เป็นวิธีที่ไม่ส่งผลร้ายหรือทำลายเซลล์ผิวที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง Yag Laser มี 2 ความยาวคลื่น ได้แก่ เลเซอร์ที่มีความยาวคลื่น 532 นาโนเมตร เหมาะในการใช้กับเม็ดสีที่อยู่บนผิวหนังชั้นตื้น เลเซอร์ที่มีความยาวคลื่น 1,064 นาโนเมตร
ลบรอยสักครั้งที่2
ลบรอยสักครั้งที่2 ลบรอยสักครั้งที่2 มีกระบวนการที่ค่อนข้างตรงไปตรงมา และการลบรอยสักให้หมดคนไข้จำเป็นจะต้องได้รับการรักษาซ้ำจนกว่าระบบน้ำเหลืองของร่างกายจะสามารถขับหมึกออกมาได้หมด แต่ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวหนัง ระบบภูมิคุ้มกัน และรอยสักของแต่ละบุคคลที่แตกต่างกัน อัตราที่รอยสักจะจางหายไปนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการที่เฉพาะเจาะจงกับคนไข้แต่ละราย ทำความรู้จักกับ การลบรอยสัก คงเป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่า “การสัก” ถือเป็นศิลปะที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน โดยการสักคือการฝังหมึกสีลงในชั้นผิวให้เป็นลวดลายตามต้องการ ซึ่งการสักนั้นมีความคงทนเป็นอย่างมาก จึงยากที่จะลบ หรือแก้ไขในภายหลังหากวันหนึ่งต้องการลบรอยสักออกไป แต่ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ ทำให้การลบรอยสักสามารถทำได้ด้วยการ “เลเซอร์ลบรอยสัก” หรือ Pico Laser ที่จะช่วยลบเม็ดสี และรอยสักที่ฝังอยู่ในชั้นผิวหนังออกไปจนไม่ทิ้งรอยใดๆ ไว้บนผิว ซึ่งการทำเลเซอร์ลบรอยสักถือเป็นวิธีที่ช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด และเหมาะสมมากที่สุด รอยสักเป็นสีที่อยู่ใต้ผิวหนัง สามารถลบออกได้ด้วย Medlite C6 Laser โดย Laser ในช่วงความยาวคลื่น ที่เฉพาะเจาะจงกับสี จะยิงให้สีหมึกแตกตัว และถูกขจัดออกจากร่างกาย โดยไม่ทำลายผิวหนังบริเวณข้างเคียง จึงมีโอกาสเป็นแผลเป็นน้อยมาก Medlite C6 Laser สามารถลบรอยสักได้ทั้งชนิด ที่ใช้เครื่องสัก สักด้วยมือ
ไฝเม็ดใหญ่
ไฝเม็ดใหญ่ ไฝเม็ดใหญ่ ไฝมีหลายชนิด หลายสี สีดำพบบ่อยที่สุด มักพบเห็นเป็นตุ่มนูนเดี่ยว ๆ ขนาดเท่าเม็ดถั่วเขียว ประกอบด้วยเซลล์ไฝ ส่วนใหญ่มักพบบริเวณใบหน้าและคอ บางครั้งเซลล์ไฝมารวมกันเกิดปื้นนูนคล้ายปาน บางรายใหญ่ขนาดครึ่งลำตัวมีขนขึ้นยาวด้วย เรียกว่า 'ไฝยักษ์' ซึ่งชนิดนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงของเซลล์กลายเป็นมะเร็งได้ จึงควรตัดเม็ดที่มีขนาดใหญ่ ๆ ออก โดยวิธีการผ่าตัด และต้องเอาผิวหนังจากที่อื่นมาปิดทดแทน แต่ถ้าเป็นเม็ดเล็ก ๆ สามารถรักษาโดยการผ่าตัดออกด้วยวิธีผ่าตัดธรรมดา หรืออาจเอาออกโดยใช้แสงเลเซอร์ก็ได้ ไฝเม็ดใหญ่ ส่วนใหญ่ที่แพทย์ตัดออกให้มักเป็นในแง่ความสวยงามเท่านั้น บางคนมาตัดออกเพื่อให้โหงวเฮ้งดีขึ้น โดยมากใช้วิธีตัดออกแล้วเย็บผิวหนังบริเวณนั้น ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและไม่สิ้นเปลืองนัก หากแพทย์ไม่แน่ใจว่าไฝนั้นเป็นมะเร็งของผิวหนังหรือไม่ ก็จำเป็นต้องส่งชิ้นเนื้อที่ตัดออกมาไปให้พยาธิแพทย์ส่องกล้องตรวจดูว่า มีเซลล์มะเร็งปนอยู่หรือไม่ ไฝบางอย่างมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นมะเร็งมากกว่าทั่ว ๆ ไป เช่น ไฝที่เป็นตั้งแต่กำเนิด โดยเฉพาะที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดใหญ่ที่เรียกว่า 'congenital pigmented nevi' ไฝชนิดหนึ่งที่มีสีไม่สม่ำเสมอ ศัพท์ทางการแพทย์เรียกว่า
ไฝแต่กำเนิด
ไฝแต่กำเนิด ไฝแต่กำเนิด (Nevus or Mole) เกิดจากเมลาโนไซ (เซลล์สร้างสี) รวมตัวกันสร้างเมลานินมากผิดปกติ หรือเป็นตุ่มเนื้อที่มีขนาดแตกต่างกันไปทั้งสีและรูปร่าง สามารถเกิดได้มากกว่าหนึ่งเม็ด อาจจะเกิดขึ้นได้ตั้งแต่กำเนิดแต่บางคนก็มีขึ้นเมื่อตอนโตแล้ว และจะเพิ่มมากที่สุดในช่วงวัยรุ่นแต่หลังจากนั้นจะหยุดการเพิ่มจำนวน ไฝมีหลายชนิด โดยชนิดที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่ Nevocellular nevus หรือที่เรียกว่า Pigmented Nevus ซึ่งมีหลายลักษณะด้วยกัน คือ อาจจะเป็นจุดเรียบ ๆ สีน้ำตาล หรือ เกือบดำโดยมากมีขนาดประมาณ 1 มิลลิเมตร ถึง 1 เซนติเมตร รูปร่างกลมหรือรี หรือเป็นตุ่มนูนสีน้ำตาลหรือดำ ผิวเรียบหรือขรุขระ หรืออาจจะเป็นชนิดไม่มีสีเลยก็ได้ บางครั้งอาจมีขนงอกอยู่บนไฝด้วย ไฝประเภทต่าง ๆ ส่วนมากไม่มีอันตราย แต่ส่วนใหญ่คนมักจะนิยมเอาออกเนื่องจากเหตุผลทางด้านความสวยความงาม หรือความเชื่อทางด้านโหราศาสตร์ ไฝแต่กำเนิด
ปานดำ
ปานดำ ปานดำ คือ ความผิดปกติของสีผิว และหรือความผิดปกติของความเรียบเนียนของผิวซึ่งพบในทารกแรกเกิดหรือในช่วงอายุขวบปีแรก ปานมีหลายชนิด และเกิดจากความผิดปกติของเซลล์ที่แตกต่างกันไป เช่น เซลล์ผิวหนัง หลอดเลือด ทางเดินน้ำเหลืองและกล้ามเนื้อ ในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่า อะไรเป็นสาเหตุของการเกิดปาน และปานก็ไม่ใช่ความผิดปกติที่เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ปานดำ ทางการแพทย์มักแบ่งประเภทของปานไปตามชนิดของเซลล์ที่ผิดปกติ เช่น เซลล์สร้างเม็ดสีหลอดเลือด ทางเดินน้ำเหลือง กล้ามเนื้อ เป็นต้น ปานบางชนิดจะสามารถหายไปได้เอง โดยไม่ต้องได้รับการรักษา ใด ๆ บางชนิดมีอาการคงตัวไม่เปลี่ยนแปลง หรือบางชนิดอาจมีขนาดใหญ่ขึ้นตามอายุ นอกจากนี้ปานบางชนิดสามารถพบร่วมกับความผิดปกติอื่น ๆ ของร่างกาย ซึ่งอาจต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม เพื่อหาวิธีรักษาที่เหมาะสม ปานที่พบได้บ่อย ได้แก่ ปานมองโกเลียน (Mongolian) พบบ่อยที่สุด มีลักษณะเป็นผื่นราบสีเขียว ฟ้าเทา หรือน้ำเงินเข้ม บริเวณก้นและสะโพก แต่อาจพบที่บริเวณอื่น ๆ
ไฝปานดำ
ไฝปานดำ ไฝปานดำ ปัญหาด้านผิวหนังที่เป็นอุปสรรคความสวยความงามนั้นมีมากมายเหลือเกินนอกจากสิว ริ้วรอย จุดด่างดำ รอยหมองคล้ำต่าง ๆ แล้ว เรื่องของปานก็ยังเป็นอุปสรรคสำคัญของความงามและยังพ่วงผลกระทบไปถึงด้านจิตใจอีกด้วย โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาปานดำมาตั้งแต่กำเนิด ซึ่งหลายคนที่มีปัญหานี้มักกังวลว่ารักษาหายได้หรือไม่ วันนี้เนรมิต คลินิกมีคำตอบมาฝากกันค่ะ วิธีการรักษาปานดำตั้งแต่กำเนิด ไฝปานดำ ที่มีมาตั้งแต่กำเนิดนั้น มักจะเกิดจากสีผิวที่ผิดปกติตั้งแต่กำเนิด มีผลต่ออุปสรรคความสวยความงาม มักมีลักษณะเป็นผืนราบสีดำ น้ำตาลอ่อนหรือน้ำตาลเข้ม ขอบของปานมักจะชัดเจน โดยขอบอาจจะมีลักษณะเรียบหรือมีรอยหยักก็ได้ บางคนที่มีปานดำเมื่อระยะเวลาผ่านไป สีของปานอาจจะมีสีเข้มขึ้นและอาจจะมีรูปผิวที่นูนขึ้นได้ รวมทั้งยังมีขนเกิดขึ้นได้บนปาน โดยขนาดของปานจะมีขนาดเล็กตั้งแต่ 2 – 20 เซนติเมตร หรืออาจจะใหญ่กว่านั้นอีก โดยส่วนใหญ่จะมีลักษณะที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งถือว่าเป็นภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายมาก เพราะอาจจะทำให้เรากลายเป็นมะเร็งผิวหนังได้ หากสังเกตได้ว่าปานดำมีอาการคัน ระคายเคือง มีรูปร่างที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ก็อาจจะเป็นสัญญาณบอกได้ว่า ปานนั้นเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งแล้วล่ะค่ะ ซึ่งปัจจุบันวิธีการรักษาปานดำนั้นมีวิธีที่ค่อนข้างสะดวก ไม่ยุ่งยากและได้ผลที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพก็คือ การทำ เลเซอร์รักษาปานดำ นั่นเองการใช้เลเซอร์รักษาปานดำเลเซอร์รักษาปานดำที่ใช้ส่วนใหญ่จะใช้ Pigmented