แพทย์และเจ้าหน้า เนรมิต คลินิก ที่มีการฝึกอบรมและอัปเดทความรู้ใหม่ๆอย่างสม่ำเสมอ
ให้บริการด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง

FB : https://www.facebook.com/neramitclinic

Author: admin

จี้ไฝปีกจมูกด้วยเครื่องEllman จี้ไฝปีกจมูกด้วยเครื่องEllman Surgitron ถือเป็นวิธีที่มีความแม่นยำสูงและเหมาะสมในการลบไฝในบริเวณที่มีความละเอียดอ่อนอย่างเช่นบริเวณปีกจมูก ซึ่งมีผิวบางและบอบบางมาก การใช้เครื่อง Ellman Surgitron ซึ่งเป็นเทคโนโลยีคลื่นวิทยุ (RF) สามารถทำการตัดและทำลายเนื้อเยื่อได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ทำให้เนื้อเยื่อข้างเคียงได้รับความเสียหายมากนัก ขั้นตอนการจี้ไฝที่ปีกจมูกด้วยเครื่อง Ellman Surgitron: การเตรียมการ: แพทย์จะทำการประเมินไฝที่ปีกจมูกเพื่อดูขนาดและตำแหน่งของไฝ เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะสม การฉีดยาชา: โดยปกติแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่บริเวณที่ต้องการทำการจี้เพื่อให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกเจ็บระหว่างการทำหัตถการ การใช้เครื่อง Ellman Surgitron: หลังจากที่ยาชาออกฤทธิ์แล้ว แพทย์จะใช้เครื่อง Ellman Surgitron เพื่อส่งคลื่นวิทยุที่มีความถี่สูงเพื่อทำลายเนื้อเยื่อที่เป็นไฝ โดยคลื่นวิทยุนี้จะทำการตัดเนื้อเยื่อที่ไม่ต้องการออกไปอย่างแม่นยำ การห้ามเลือด: เนื่องจากเครื่อง Ellman Surgitron สามารถช่วยในการห้ามเลือดได้ระหว่างการตัด จะทำให้แผลมีเลือดออกน้อยมาก การฟื้นฟู: หลังจากเสร็จสิ้นการรักษา แพทย์จะให้คำแนะนำในการดูแลแผลเพื่อช่วยในการหายเร็ว และลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ข้อดีของการใช้เครื่อง Ellman Surgitron: แม่นยำและปลอดภัย:

จี้ไฝใต้ตาด้วยเครื่องEllman จี้ไฝใต้ตาด้วยเครื่องEllman Surgitron เป็นวิธีการลบไฝหรือขี้แมลงวันที่ใช้เทคโนโลยีการใช้คลื่นวิทยุ (Radiofrequency) ที่ช่วยในการตัดและทำลายเนื้อเยื่อโดยไม่ทำให้เกิดการเจ็บปวดมากหรือการบวมมากเกินไปในบริเวณที่ทำการรักษา เครื่อง Ellman ใช้พลังงานคลื่นวิทยุที่สามารถควบคุมการทำลายเนื้อเยื่ออย่างแม่นยำ ซึ่งจะช่วยลดการบาดเจ็บต่อผิวหนังได้มากขึ้น ข้อดีของการใช้เครื่อง Ellman คือ: สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ดี ลดความเสี่ยงในการเกิดแผลใหญ่หรือแผลไหม้ ไม่ทำให้ผิวหนังบริเวณรอบๆ ได้รับความเสียหายมาก ช่วยในการห้ามเลือด และฟื้นฟูเร็ว ในกรณีของการทำหัตถการใกล้กับดวงตา เช่น ใต้ตา ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นบริเวณที่บอบบางและเสี่ยงต่อการเกิดรอยแผลหรือการติดเชื้อได้ หากคุณกำลังพิจารณาการทำหัตถการนี้ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในการใช้เครื่อง Ellman และควรให้คำแนะนำอย่างรอบคอบเกี่ยวกับขั้นตอนและการดูแลหลังการรักษา จี้ไฝใต้ตาด้วยเครื่องEllman Surgitron ใช้เทคโนโลยีคลื่นวิทยุ (RF) เพื่อทำลายเนื้อเยื่อที่ไม่ต้องการอย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมในวงการแพทย์ผิวหนังสำหรับการลบไฝ ขี้แมลงวัน หรือเนื้องอกผิวหนังขนาดเล็ก โดยเครื่อง Surgitron สามารถใช้คลื่นวิทยุที่ความถี่สูงในการตัดเนื้อเยื่อออกได้โดยไม่ทำให้เกิดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อข้างเคียงมากเกินไป ขั้นตอนในการจี้ไฝด้วยเครื่อง Ellman Surgitron: การเตรียมตัว: ก่อนการจี้ไฝ แพทย์จะประเมินตำแหน่ง ขนาด

หูดข้างขมับรักษาได้ หูดข้างขมับรักษาได้ (หรือที่บางครั้งเรียกว่า "หูดบนผิวหนัง" หรือ "หูดผิวหนัง") เป็นปัญหาผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ซึ่งทำให้เซลล์ผิวหนังเจริญเติบโตเร็วขึ้นจนกลายเป็นก้อนหรือเนื้องอกเล็กๆ บนผิวหนังที่มีลักษณะนูนหรือเป็นตุ่มแข็ง อาจจะเป็นสีเนื้อ สีขาว หรือสีน้ำตาลอ่อน หูดข้างขมับมักจะไม่เป็นอันตราย แต่ถ้ารู้สึกไม่สบายใจหรือรบกวนความสวยงาม ก็สามารถทำการรักษาได้หลากหลายวิธี: วิธีการรักษาหูด: การจี้ด้วยเลเซอร์ – ใช้แสงเลเซอร์ในการทำลายเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัส ทำให้หูดหายไปได้ การใช้กรด (เช่น กรดซาลิไซลิก) – ครีมหรือเจลที่มีกรดซาลิไซลิกช่วยทำให้หูดหลุดออกจากผิวหนัง การใช้ไนโตรเจนเหลว (Cryotherapy) – การแช่หูดด้วยไนโตรเจนเหลวเพื่อทำให้หูดแข็งตัวและหลุดออก การตัดออก (Excision) – การตัดหูดออกด้วยการผ่าตัดเล็กๆ ซึ่งต้องทำโดยแพทย์ การใช้ยาทารักษาหูด – เช่น Imiquimod หรือ Podophyllotoxin

กระแดดรักษายังไง กระแดดรักษายังไง กระแดดหรือที่เรียกกันว่า "ฝ้ากระ" เป็นภาวะที่ผิวหนังมีการผลิตเม็ดสีเมลานินมากเกินไป ทำให้เกิดจุดสีน้ำตาลหรือสีเข้มบนผิว มักเกิดจากการถูกแดดหรือรังสี UV นานๆ ดังนั้นการรักษากระแดดมีหลายวิธีที่สามารถช่วยได้ เช่น: ใช้ครีมกันแดด – ควรทาครีมกันแดดทุกวัน โดยเลือกครีมกันแดดที่มี SPF สูง (อย่างน้อย 30 ขึ้นไป) และกันทั้ง UVA และ UVB เพื่อป้องกันไม่ให้กระแดดเกิดขึ้นหรือกำเริบขึ้นอีก ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของไวท์เทนนิ่ง – เช่น ครีมที่มีส่วนผสมของวิตามิน C, อาร์บูติน หรือกรดโคจิก ที่ช่วยยับยั้งการผลิตเมลานิน การใช้กรดผลไม้ (AHA/BHA) – ซึ่งช่วยในการผลัดเซลล์ผิวที่มีรอยกระออกและช่วยปรับสภาพผิวให้สม่ำเสมอ การรักษาด้วยเลเซอร์ – เช่น การทำเลเซอร์

ไฝปลายจมูก ไฝปลายจมูก (หรือที่บางคนเรียกกันว่า "ไฝเสน่ห์") เป็นไฝที่ขึ้นในบริเวณที่เห็นได้ชัดเจน เนื่องจากอยู่ใกล้กับส่วนกลางของใบหน้า ซึ่งบางครั้งอาจเป็นสิ่งที่ผู้คนให้ความสำคัญในแง่ของความสวยงาม หรือเชื่อว่ามีความหมายทางโชคลาภตามศาสตร์ฮวงจุ้ยหรือศาสตร์ทำนายต่างๆ ไฝปลายจมูก: สาเหตุและลักษณะ ไฝที่ปลายจมูกอาจเกิดจากหลายสาเหตุ รวมถึง: พันธุกรรม: ไฝมักเกิดจากการสะสมของเซลล์เม็ดสีในบริเวณผิวหนังบางจุด ซึ่งบางคนอาจมีแนวโน้มที่จะเกิดไฝได้มากกว่าคนอื่น การสัมผัสแสงแดด: รังสี UV จากแสงแดดสามารถกระตุ้นการสร้างเม็ดสีผิว (เมลานิน) ซึ่งอาจทำให้เกิดไฝ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน: การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ในช่วงตั้งครรภ์ หรือการใช้ยาบางชนิดอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังและการเกิดไฝได้ ลักษณะของไฝที่ปลายจมูก ลักษณะผิว: ไฝที่ปลายจมูกมักมีลักษณะเป็นก้อนกลมหรือรี มักมีสีเข้ม เช่น สีน้ำตาล หรือดำ ซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณเม็ดสีที่อยู่ในเซลล์ผิวหนัง ขนาด: ขนาดของไฝที่ปลายจมูกสามารถแตกต่างกันได้ ตั้งแต่ขนาดเล็กๆ ที่อาจไม่สังเกตเห็น จนถึงขนาดใหญ่ที่เด่นชัด ความนูนหรือแบน: ไฝบางอันอาจนูนขึ้นจากผิวหนัง หรือบางอันอาจแบนราบกับผิว การดูแลไฝที่ปลายจมูก โดยทั่วไปไฝที่ปลายจมูกจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพหรืออันตราย แต่หากมีลักษณะหรืออาการบางประการที่ผิดปกติ เช่น ขนาดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว,

แผลคีลอยด์หัวไหล่ แผลคีลอยด์หัวไหล่ เกิดจากการที่ร่างกายสร้างเนื้อเยื่อแผลที่มีการเจริญเติบโตเกินปกติหลังจากเกิดการบาดเจ็บหรือแผล โดยมักจะมีลักษณะเป็นก้อนนูนขึ้นจากผิวหนัง และมีสีแดงหรือสีน้ำตาล อาจมีอาการคัน หรือเจ็บปวดได้บ้าง การรักษาแผลคีลอยด์ที่หัวไหล่มีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับขนาดและลักษณะของแผล รวมถึงความรุนแรงของอาการที่เกิดขึ้น: การใช้ยาทา: ยาที่ช่วยลดการสร้างคอลลาเจน เช่น ยาสเตียรอยด์ชนิดทา สามารถช่วยลดขนาดและอาการคันของแผลคีลอยด์ได้ การฉีดยาสเตียรอยด์: การฉีดยาสเตียรอยด์เข้าไปที่แผลคีลอยด์สามารถช่วยลดการอักเสบและทำให้แผลนุ่มลง การบำบัดด้วยเลเซอร์: เลเซอร์บางชนิดสามารถช่วยลดขนาดของแผลคีลอยด์และทำให้ผิวหนังดูเรียบเนียนขึ้น การเย็บหรือการผ่าตัด: หากแผลคีลอยด์มีขนาดใหญ่และมีผลกระทบต่อการเคลื่อนไหว อาจจำเป็นต้องพิจารณาการผ่าตัดเพื่อเอาแผลออก แต่ต้องระวังว่าหลังการผ่าตัดอาจมีการเกิดแผลคีลอยด์ซ้ำอีก การใช้แผ่นซิลิโคนหรือเจล: แผ่นซิลิโคนที่ใช้ปิดแผลหรือเจลซิลิโคนสามารถช่วยลดขนาดของแผลคีลอยด์ได้ การดูแลแผลคีลอยด์อย่างระมัดระวังในระยะยาว และการปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเป็นสิ่งสำคัญเพื่อหาวิธีการรักษาที่เหมาะสมสำหรับคุณค่ะ แผลคีลอยด์หัวไหล่ รักษาด้วย Morexel Laser เป็นเครื่องเลเซอร์ที่ใช้ในการรักษาปัญหาผิวพรรณ เช่น ริ้วรอย, ฝ้า, กระ, และรอยแผลเป็นต่างๆ รวมถึงการรักษาคีลอยด์ โดยเฉพาะในกรณีที่เกิดแผลเป็นจากการบาดเจ็บหรือการผ่าตัดที่มีการเจริญเติบโตเกินของเนื้อเยื่อ (คีลอยด์) เครื่องเลเซอร์ Morexel ใช้ เทคโนโลยีเลเซอร์ Fractional

แผลเป็นจากการผ่าตัด แผลเป็นจากการผ่าตัด จำเป็นต้องใช้วิธีการที่เหมาะสมเพื่อให้แผลหายเร็วขึ้นและลดความเสี่ยงในการเกิดแผลเป็นที่นูนหรือคีลอยด์ การรักษาจะขึ้นอยู่กับลักษณะของแผลและชนิดของการผ่าตัด แต่โดยทั่วไปสามารถใช้วิธีต่างๆ ดังนี้: 1. การดูแลแผลหลังผ่าตัด ทำความสะอาดแผล: หลังการผ่าตัดควรรักษาความสะอาดของแผล โดยใช้ผ้าสะอาดและน้ำเกลือหรือสารละลายที่แพทย์แนะนำ การเปลี่ยนผ้าพันแผล: ควรเปลี่ยนผ้าพันแผลตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อป้องกันการติดเชื้อและช่วยให้แผลหายเร็ว การหลีกเลี่ยงการสัมผัสแผล: หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือขูดแผลเพื่อป้องกันการติดเชื้อหรือการเปิดแผลใหม่ 2. การใช้ผลิตภัณฑ์รักษาแผลเป็น แผ่นซิลิโคน (Silicone Gel Sheets): ใช้เพื่อช่วยให้แผลเป็นแบนราบและเรียบเนียน โดยแผ่นซิลิโคนจะช่วยลดการผลิตคอลลาเจนที่มากเกินไปในบริเวณแผล ครีมซิลิโคน (Silicone Gel): ครีมชนิดนี้จะช่วยลดการอักเสบและทำให้แผลเป็นนุ่มขึ้น ครีมวิตามิน E หรือครีมที่มีกรดไฮยาลูโรนิก: ช่วยในกระบวนการฟื้นฟูผิวและลดความหยาบกร้านของแผลเป็น 3. การนวดแผล การนวดเบาๆ ที่แผลหลังจากที่แผลเริ่มหาย (ตามคำแนะนำของแพทย์) จะช่วยให้แผลมีความยืดหยุ่นและนุ่มขึ้น โดยใช้น้ำมันหรือครีมบำรุงที่เหมาะสม 4. การรักษาด้วยเลเซอร์ Fractional CO2 Laser: ช่วยในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่และทำให้แผลมีความเรียบเนียนและลดความนูนของแผลเป็น Pulsed Dye

ดูแลแผลคีลอยด์ให้นุ่ม ดูแลแผลคีลอยด์ให้นุ่ม และยืดหยุ่นสามารถทำได้หลายวิธี โดยการใช้เทคนิคและผลิตภัณฑ์ที่ช่วยบรรเทาความแข็งกระด้างของแผลคีลอยด์และทำให้เนื้อเยื่อแผลนุ่มขึ้น วิธีที่มีประสิทธิภาพในการรักษาแผลคีลอยด์ให้นุ่ม ได้แก่: 1. ใช้แผ่นเจลซิลิโคน (Silicone Gel Sheets) แผ่นเจลซิลิโคนเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการรักษาแผลคีลอยด์ เพราะจะช่วยให้แผลคีลอยด์ยุบลงและนุ่มขึ้น โดยการใช้แผ่นเจลซิลิโคนจะช่วยป้องกันการระคายเคืองและลดการสะสมของน้ำในแผลคีลอยด์ ทำให้เนื้อเยื่อแผลมีความยืดหยุ่นและนุ่มขึ้น วิธีการใช้งาน: ติดแผ่นเจลซิลิโคนบนแผลคีลอยด์ทุกวัน ประมาณ 12 ชั่วโมงขึ้นไป 2. การนวดแผลคีลอยด์ การนวดเบาๆ บริเวณแผลคีลอยด์สามารถช่วยให้เนื้อเยื่อแผลมีความยืดหยุ่นและนุ่มขึ้น โดยการใช้น้ำมันหรือครีมบำรุงที่เหมาะสม เช่น น้ำมันมะพร้าว, น้ำมันโจโจบา, หรือครีมที่มีสารสกัดจากว่านหางจระเข้ (Aloe Vera) จะช่วยให้การนวดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ วิธีการนวด: ใช้นิ้วกดเบาๆ และนวดในทิศทางที่แผลยาวไปเป็นเวลาประมาณ 5-10 นาทีทุกวัน 3. การใช้ครีมหรือเจลรักษาคีลอยด์ ครีมที่มีส่วนผสมของซิลิโคน: เช่น Kelo-cote หรือ Mederma

เก็บสิวอุดตันยังไง เก็บสิวอุดตันยังไง (Comedonal Acne) มีหลายวิธีที่สามารถทำได้ทั้งที่บ้านและในคลินิก เพื่อป้องกันไม่ให้สิวลุกลามและลดการเกิดสิวอุดตันในอนาคต: 1. การทำความสะอาดผิวหน้าอย่างถูกวิธี ล้างหน้า: ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะสมกับสภาพผิว (อ่อนโยน ไม่ระคายเคือง) ล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง เพื่อขจัดความมันและสิ่งสกปรกที่อาจทำให้เกิดการอุดตัน ไม่ขัดผิวแรงๆ: การขัดผิวแรงเกินไปอาจทำให้เกิดการระคายเคืองและกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้น 2. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดการอุดตัน เบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide): ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียและลดการอักเสบของสิว กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid): ช่วยผลัดเซลล์ผิวหนังและขจัดความมันในรูขุมขน ช่วยป้องกันการอุดตัน เรตินอยด์ (Retinoids): ช่วยผลัดเซลล์ผิวและลดการอุดตันในรูขุมขน กรดอะซีลาอิก (Azelaic Acid): ช่วยลดการอักเสบและป้องกันการอุดตันของรูขุมขน 3. หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือบีบสิว การบีบสิวอาจทำให้แบคทีเรียเข้าสู่ผิวหนังและทำให้สิวลุกลามเป็นสิวอักเสบ อย่าทิ้งเครื่องสำอางไว้บนผิวหน้าเกิน 8 ชั่วโมง 4. การทำทรีตเมนต์ในคลินิก การใช้เลเซอร์

แผลเป็นไฟไหม้น้ำร้อนลวก การรักษา  แผลเป็นไฟไหม้น้ำร้อนลวก ควรทำตามขั้นตอนที่เหมาะสมเพื่อให้แผลหายเร็วและลดการเกิดแผลเป็นหรือรอยแผลที่เด่นชัด โดยสามารถรักษาได้ตามวิธีดังนี้: 1. การดูแลแผลในระยะแรก (ภายใน 24 ชั่วโมงแรก) ทำความสะอาดแผล: ใช้น้ำสะอาดล้างแผลเพื่อทำความสะอาดและลดการติดเชื้อ ประคบเย็น: ใช้น้ำเย็นหรือผ้าชุบน้ำเย็นประคบบริเวณแผล แต่ไม่ควรใช้น้ำแข็งโดยตรงบนแผล ห้ามใช้ครีมหรือยาที่มีสารระคายเคือง: เช่น วาสลินหรือสารที่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งอาจทำให้แผลอักเสบ ปิดแผลด้วยผ้าก๊อซ: เพื่อป้องกันการติดเชื้อและบรรเทาความเจ็บปวด 2. การรักษาแผลเมื่อเริ่มหาย ใช้เจลหรือครีมรักษาแผลเป็น: เช่น เจลว่านหางจระเข้ (Aloe Vera) หรือครีมที่มีส่วนผสมของวิตามิน E และสารสกัดจากธรรมชาติ ซึ่งช่วยให้แผลหายเร็วและลดการอักเสบ การใช้แผ่นเจลลดรอยแผลเป็น: เช่นแผ่นซิลิโคนเจล (Silicone Gel) ที่ช่วยลดรอยแผลเป็นจากการเผาไหม้ 3. การใช้เลเซอร์เพื่อรักษาแผลเป็น หากแผลเป็นจากการไหม้หรือร้อนลวกทำให้เกิด แผลเป็นคีลอยด์ (Keloid) หรือรอยแผลที่เด่นชัดสามารถรักษาด้วยการใช้เทคโนโลยีเลเซอร์เช่น: More-Xel Laser: ซึ่งเป็นเลเซอร์ที่ช่วยในการรักษารอยแผลเป็นจากการเผาไหม้