แพทย์และเจ้าหน้า เนรมิต คลินิก ที่มีการฝึกอบรมและอัปเดทความรู้ใหม่ๆอย่างสม่ำเสมอ
ให้บริการด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง

FB : https://www.facebook.com/neramitclinic

November 2017

เรื่องสิวเป็นปัญหากวนใจสำหรับใครหลายคนเลยใช่ไหมคะ ปัญหาสิวหากเกิดแล้วก็มักจะกลับมาเป็นซ้ำได้อีก ที่สำคัญหลังสิวยุบก็อาจจะทำให้เกิดรอยแผลเป็นจากสิวและริ้วรอยต่าง ๆ ได้อีกมากมาย เป็นปัญหาให้ตามแก้ไขได้อย่างไม่รู้จบ ซึ่งวันนี้เนรมิตคลินิกเรามีความรู้ดี ๆ ในการดูแลใบหน้าให้สวยใสไร้สิวมาฝากกันค่ะ 1. ดูแลความสะอาดของใบหน้า เพราะสิวนั้นเกิดจากการอุดตันของสิ่งสกปรกบนใบหน้า จึงทำให้เกิดปัญหาสิวตามมา ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดในเบื้องต้นก็คือ เราต้องหมั่นทำความสะอาดใบหน้าให้สะอาดกระจ่างใส แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะให้ไปล้างหน้าตลอดเวลานะคะ เพราะการล้างหน้าบ่อยจะทำให้ผิวหน้าบอบบางและเป็นสิวได้ง่ายเช่นกัน ทางที่ดีก็ควรจะล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น โดยต้องล้างให้สะอาดจะดีที่สุด 2. พักผ่อนให้เพียงพอ นอกจากสิวจะเกิดจากสิ่งสกปรกแล้ว ยังเกิดจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนได้อีกด้วย เพราะฉะนั้นหากเรานอนหลับไม่เพียงพอ ปัญหาสิวก็จะตามมาได้มากเช่นกัน โดยเราควรจะนอนหลับให้ได้ 8 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อให้ผิวของเราได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ 3. อย่าพยายามรับประทานของที่ให้ความมัน สังเกตได้เลยว่าคนที่หน้ามันจะมีปัญหาสิว นอกจากกรรมพันธุ์และการไม่รักษาความสะอาดของใบหน้าแล้ว อาหารที่ให้ความมันสูงอย่างเช่น ของทอด ขนมอมน้ำมัน ก็มีโอกาสที่จะทำให้เกิดปัญหาสิวบนใบหน้าได้สูง เพราะฉะนั้นควรงดของมันของทอดจะดีที่สุด 4. หมั่นมาส์กหน้า การมาส์กหน้าเป็นการให้อาหารผิวโดยตรง และยังช่วยลดความมันบนใบหน้า เพิ่มความกระจ่างใสให้กับผิวหน้าอีกด้วย ดังนั้น หลังการทำความสะอาดใบหน้าให้หมดจดแล้วก็ควรจะมาส์กหน้าเป็นประจำ

ซิลิโคนสำหรับที่ใช้ช่วยในการเสริมจมูกมีอยู่หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นซิลิโคนแบบสำเร็จรูปและซิลิโคนแบบเหลาเอง โดยประสิทธิภาพของซิลิโคนแต่ละชนิดนั้นก็ให้ความงามของดั้งจมูกไม่ต่างกัน หากว่ารูปทรงจมูกของเรานั้นมีดั้งและเนื้อจมูกอยู่บ้างแล้ว แต่หากเป็นทรงจมูกที่แบน ไม่มีเนื้อดั้ง หรือมีเนื้อจมูกน้อย ก็อาจจะทำให้การเสริมจมูกนั้นค่อนข้างจะมีปัญหา ซึ่งวันนี้เนรมิตคลินิกก็มีบทความน่ารู้เกี่ยวกับการเสริมจมูกมากฝากค่ะ ปัญหาส่วนใหญ่ที่พบหลังเสริมจมูก ปัญหาการเสริมจมูกที่พบในคนส่วนใหญ่และทำให้ต้องกลับมาเจ็บตัวแบบซ้ำสองมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นทรงจมูกเบี้ยว เกิดจากการวางซิลิโคนไม่พอดีกับจมูกนั่นเอง ปัญหาจมูกทะลุ ส่วนใหญ่ปัญหานี้มักเกิดจากคนที่มีเนื้อจมูกค่อนข้างน้อย และใช้ซิลิโคนที่มีขนาดยาวใหญ่จนเกินไป จึงทำให้มีปัญหาดังกล่าวได้ ปัญหาเสริมจมูกแล้วไม่เป็นธรรมชาติ มักจะเกิดกับคนที่มีรูปหน้าสั้นแต่ต้องการทรงจมูกยาว ซึ่งบางครั้งอาจจะทำให้ใบหน้าแลไม่เป็นธรรมชาติที่สุด ปัญหาแผลเป็นตรงรอยต่อซิลิโคน ซึ่งเป็นปัญหาเล็กน้อยแต่ก็สร้างความไม่น่ามอง เพราะทำให้ไม่สวยแบบธรรมชาติ ข้อดีของการเสริมจมูกด้วย Eiffle silicone ซิลิโคน สำหรับเนรมิตคลินิกเราเล็งเห็นปัญหาจากการเสริมจมูกมากมายดังที่ได้กล่าวไปแล้วนั้น ทางเราจึงได้พัฒนาซิลิโคนที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน สามารถแก้ไขปัญหาจากการเสริมจมูกให้หมดลงไปได้ ด้วยการใช้ Eiffel Silicone ซิลิโคนที่ได้ผลดีที่สุด ให้ความเป็นธรรมชาติมากที่สุด และที่สำคัญเป็นลิขสิทธิ์ที่เดียวของเนรมิตคลินิกเท่านั้น ออกแบบมาสำหรับคนที่มีปัญหาทรงจมูกแบน เนื้อจมูกน้อย ฐานจมูกกว้างโดยเฉพาะ โดยข้อดีของ Eiffel Silicone นั้น

ในยุคที่เทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวไปไกล วงการความงามเองก็มีเทคโนโลยีมากมายที่จะเข้ามาช่วยเสริมเติมแต่งความงามของเราให้ออกมาสวยคงทนถาวร ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด ก็ไม่สามารถหยุดความสวยของเราได้ ทางเนรมิตคลินิกของเราเล็งเห็นถึงความสำคัญของการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ ในการช่วยบริการเสกความงามให้กับทุกคน เราจึงได้สรรหาเทคโนโลยีที่ทันสมัย ได้รับการรับรองความปลอดภัยในมาตรฐานสากล ดังเช่นเครื่องเลเซอร์ต่าง ๆ ที่เราจะพาทุกมาทำความรู้จักกันในวันนี้ค่ะ 1. เครื่องจี้ไฝพลังงานคลื่นวิทยุ (Radio Frequency : RF) สำหรับเครื่องจี้ไฝพลังงานคลื่นวิทยุ (Radio Frequency : RF) ทางเราใช้ยี่ห้อ Ellman Surgitron นำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเครื่องจี้ไฝพลังงานคลื่นวิทยุที่มีประสิทธิภาพสูงมาก ใช้สำหรับการจี้ไฝ ขี้แมลงวัน หูด รวมทั้งติ่งเนื้อต่าง ๆ หลังจี้แล้วไม่ทำให้เกิดรอยแผลเป็นแต่อย่างใด แผลสามารถโดนน้ำได้ และจะหายไปภายใน 2 สัปดาห์หลังจากการจี้ไฝ 2. เครื่องเลเซอร์ Spectra mini (VS laser) เป็นเลเซอร์ประเภท

ปัญหารอยแผลเป็นจากสิว มักสร้างความไม่น่าดูทิ้งไว้บนใบหน้าให้เรารำคาญใจได้อย่างมากมาย เพราะหากใช้ครีมก็ยากจะทำให้หมดไปได้อย่างรวดเร็ว และบางครั้งยังสร้างความปวดหัวให้ เมื่อการปกปิดจากเครื่องสำอางไม่อาดลบริ้วรอยแผลเป็นจากสิวลงได้ ซึ่งวันนี้เนรมิตคลินิกได้รวบรวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับรอยแผลเป็นจากสิวว่ามีที่มาอย่างไร และจะทำอย่างไรจึงจะกำจัดรอยแผลเป็นจากสิวอย่างได้ผล มาฝากกันค่ะ รอยแผลเป็นจากสิวเกิดจากอะไร หลายคนเคยบอกไว้ว่าหากเราไปแกะสิวก็จะทำให้ทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ได้ แต่ก็มีเหมือนกันที่ขนาดเรายังไม่ได้แกะสิว แต่หลังจากสิวยุบก็ทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ให้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นรอยดำสิวหรือรอยแดงจากสิว ปัญหาหลุมสิวและริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้า ซึ่งรอยแผลเป็นจากสิวนั้นเกิดจากเนื้อเยื่อที่โดนทำลายไปแล้วนั่นเอง ซึ่งที่มีรอยดำสิวหรือรอยแดงจากสิวนั้นเป็นเพราะแต่ละคนมีสีผิวที่ต่างกันไปนั่นเอง ยิ่งสิวที่มีปัญหามาก ยิ่งอักเสบมาก หรือมีขนาดค่อนข้างลึก ก็จะยิ่งส่งผลให้เกิดรอยแผลเป็นจากสิวได้มากกว่านั่นเอง การกำจัดรอยแผลเป็นจากสิวอย่างได้ผล อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ก้าวหน้าไปไกลแล้ว จะมามัวใช้แต่ครีมทาลดเรือนริ้วรอยก็คงไม่ทันการณ์ เพราะปัจจุบันเรามีเครื่อง Cool Laser หรือเครื่อง LED Phototherapy ที่ออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับการรักษาสิวโดยเฉพาะ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งยังช่วยกำจัดรอยแผลเป็นจากสิวอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นรอยดำสิวหรือรอยแดงจากสิว โดยหลักการทำงานของเครื่อง Cool Laser นั้นจะให้ความยาวคลื่นเฉพาะเจาะจงกับรอยแผลเป็นจากสิว ช่วยทำให้รอยแผลเป็นดังกล่าวจางลงและหายไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเพียงแค่ใช้ความยาวคลื่นที่อ่อนโยนต่อผิว ไม่ทำให้เกิดการอักเสบหรือความเจ็บปวดแต่อย่างใด เพราะเครื่อง Cool Laser

ในปัจจุบันวิทยาการทางการแพทย์ก็ได้ก้าวล้ำไปไกล ด้วยการสกัดเอาสารที่ยากที่สุดจากสิ่งมีชีวิตที่เล็กที่สุดอย่างโปรตีนในแบคทีเรีย หรือที่เรียกว่าสารโบท็อก นั่นเอง ซึ่งเนรมิตคลินิกของเราก็ได้รวบรวม 5 คำถามสุดฮิตสำหรับสาวที่อยากฉีดโบท็อกมาฝากกันค่ะ 1. ฉีดโบท็อกแล้วช่วยให้หน้าเรียวขึ้นได้จริงไหม? หลังจากฉีดโบท็อกแล้วใบหน้าของคุณจะเรียวสวยขึ้นได้อย่างแน่นอน แต่นอกเหนือจากความเรียวสวยของใบหน้าแล้ว การฉีดโบท็อกยังช่วยลดริ้วรอยอันเกิดจากการเสื่อมสภาพของผิวหนังได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยตามหน้าผาก รอยตีนกา รอยย่นตามมุมปาก รอบแก้ม หรือริ้วรอยใต้ตาที่ยากแก่การกำจัด ก็สามารถทำให้หมดไปได้ง่ายๆ เพียงแค่ใช้โบท็อกเข้าช่วย 2. หลังฉีดโบท็อกแล้วขยับปากไม่ได้จริงหรือ? การฉีดโบท็อกอาจจะทำให้เกิดการขยับปากไม่ได้ตามที่เป็นข่าว อาจจะเกิดขึ้นได้หากใช้โบท็อกที่ไม่มีคุณภาพ ไม่ได้ฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และคนไข้เกิดการกระทบกระเทือนบนใบหน้าหลังฉีด ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาร้ายแรงได้ แต่หากใช้โบท็อกที่มีคุณภาพและฉีดด้วยนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ปัญหาเหล่านี้ก็ไม่มีผล ซึ่งหลังจากฉีดโบท็อกแล้ว คนไข้ก็ต้องไม่ให้เกิดการกระทบกระเทือนบริเวณใบหน้ามากที่สุด 3. อายุ 20 ปี ฉีดโบท็อกได้ไหม? คนส่วนใหญ่จะฉีดโบท็อกตอนอายุ 20 ปลาย ๆ จนกระทั่ง 40 ปีขึ้นไป จะเป็นช่วงอายุที่พบว่ามีสาว ๆ ให้ความสนใจฉีดโบท็อกมากที่สุด แต่สำหรับคนที่อายุ

โบท็อก หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อนี้กันมาบ้างแล้ว และคงจะทราบว่าการฉีดโบท็อกนั้นช่วยให้ใบหน้ากระชับมากขึ้น อีกทั้งยั้งทำให้ใบหน้าแลดูอ่อนเยาว์กว่าวัยกว่าเดิม แต่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่น่ารู้ไม่แพ้กันนะคะเกี่ยวกับโบท็อก ซึ่งเนรมิตคลิกนิกของเราไม่พลาดที่จะนำมาฝากกันค่ะ 1. สารโบท็อกอันตรายหรือไม่ สำหรับใครที่คิดว่าสารโบท็อกคือ สารเคมีต้องขอให้คิดใหม่ เพราะอันที่จริงแล้วสารโบท็อกนั้นไม่ใช่สารเคมีแต่เป็นโปรตีนบริสุทธิ์ ซึ่งชื่อทางการค้าก็คือ Botulinum toxin type A ซึ่งสารโบท็อกนั้นสกัดเอาจากโปรตีนตามชื่อการค้านี้ ได้มาจากแบคทีเรียคลอสตริเดียม เพราะฉะนั้นมั่นใจได้ว่าสารโบท็อกที่เราฉีดเข้าไปนั้นไม่ใช่สารเคมีหรือสารอันตรายแต่อย่างใด 2. ผลลัพธ์ที่ได้หลังจากฉีดโบท็อก นอกจากจะทราบกันดีแล้วว่าการฉีดโบท็อกนั้นช่วยทำให้ใบหน้ากระชับ ลดความหย่อนคล้อยอย่างได้ผล แต่นอกเหนือไปกว่านั้น โบท็อกยังให้ผลลัพธ์ที่ดีในด้านการช่วยลดเลือนริ้วรอยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรอยตีนกา ริ้วรอยใต้ตา ร่องปาก ข้างแก้ม โบท็อกสามารจัดการแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างได้ผล และมีประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย อีกผลลัพธ์ที่ได้มากกว่าการมีใบหน้าที่สวยปราศจากริ้วรอยอันควรแล้ว การฉีดโบท็อกยังส่งผลให้ช่วยลดกลิ่นตัวได้อีกด้วย เพราะจะทำให้เหงื่อออกน้อยลงตามจุดต่าง ๆ อย่าง บริเวณรักแร้ได้อีกด้วย นอกจากนี้การฉีดโบท็อกยังช่วยให้ใบหน้าเรียวสวยแบบวีเชฟไปพร้อมๆ กันได้เลยทีเดียว 3. ฉีดโบท็อกแล้วอยู่ได้นานหลายเดือน ตามปกติแล้วเมื่อฉีดโบท็อกโบท็อก ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพจะเห็นผลอยู่ที่ประมาณ 1 สัปดาห์

สาวไทยหลายคนมักจะมีไอดอลเป็นสาวเกาหลีใช่ไหมคะ และก็อยากจะมีความงามตามแบบฉบับไอดอลเหล่านี้กัน ซึ่งในปัจจุบันก็บอกเลยว่าความงามนั้นเป็นเรื่องที่สามารถเนรมิตได้ง่าย เพียงแค่ใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์เข้าช่วย เพียงแค่นี้ก็ช่วยเนรมิตความงามให้เราได้แล้วค่ะ และเรื่องเนรมิตความงาม ก็ต้องใช้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้าช่วยด้วยนะคะ ดังที่เนรมิตคลิกนิกของเรายึดมั่นการให้บริการมาโดยตลอด 1. เนรมิตเทคนิคใบหน้าเรียวด้วยฟิลเลอร์ จุดเด่นของสาวเกาหลีก็คือ การมีรูปหน้าที่เรียวสวยเป็นวีเชฟนั่นเอง พอโครงหน้าของเราสวยแล้วก็ยิ่งส่งผลให้จุดอื่นของใบหน้าสวยขึ้นได้ค่ะ โดยที่เนรมิตคลิกนิกของเรานั้นมีบริการฟิลเลอร์ด้วยสารไฮยารูรอนิก แอซิด ที่ปลอดภัยและได้มาตรฐานการรับรองจากองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา (US FDA) ช่วยเนรมิตใบหน้าให้สวยเรียว วีเชฟได้อย่างปลอดภัย 2. เนรมิตจมูกสวยด้วยเทคนิคการเสริมจมูกแบบ Eiffel Silicone นอกจากเราจะต้องมีโครงหน้าที่สวยแล้ว การเสริมจมูกก็ยิ่งช่วยส่งให้ใบหน้าของเราสวยโดดเด่นขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เนรมิตคลิกนิกมีเทคนิคการเสริมจมูกด้วยวิธี Eiffel Silicone เป็นเทคนิคเฉพาะมีที่นี่ที่เดียวเท่านั้น ไม่ว่าคุณจะมีรูปทรงจมูกที่เล็ก แบนแค่ไหน เราก็สามารถเนรมิตให้สวยขึ้นได้ และไม่ใช่สวยตามพิมพ์นิยมเท่านั้น แต่เราจะเสกให้คุณสวยเข้ากับโครงหน้าของคุณแบบพอดี เป็นธรรมชาติอีกด้วย 3. เนรมิตปากกระจับสวยหน้าสัมผัส ปากกระจับเป็นอีกเทรนด์ยอดฮิตสำหรับไอดอลสาวเกาหลีเลยค่ะ อีกทั้งปากกระจับยังช่วยให้รับทรัพย์เสริมโหงวเฮ้งได้อีกทางด้วยนะคะ โดยทางเนรมิตคลิกนิก เรามีทีมแพทย์ศัลยกรรมผู้เชี่ยวชาญและยังเพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ปลอดภัยได้มาตรฐาน รับรองผลลัพธ์จะต้องพอใจอย่างแน่นอน 4. ทรีทเม้นท์หน้าใส เมื่อใบหน้าโดดเด่นสวยสง่าแล้ว แต่ถ้าหากเรามีผิวเต็มไปด้วยสิว

ปัญหาไฝไม่ว่าจะไปเกิด ณ จุดใดบนร่างกายก็ต้องระวังให้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไฝนั้นมีรูปร่างลักษณะที่ไม่เรียบเนียน มีผิวขรุขระ รูปทรงไม่สม่ำเสมอ รวมทั้งมีเลือดออก ก็จะยิ่งทำให้ไฝเม็ดนั้นเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งได้อีกด้วย เพราะฉะนั้นหากร่างกายส่วนใดของเรามีไฝกำเนิดเกิดขึ้น ก็ควรที่จะรีบกำจัดออกโดยด่วน และอีกประการหนึ่งในทางโหงวเฮ้งนั้น ถือว่าไฝเป็นจุดอัปมงคลของชีวิต ไม่ควรที่จะมีไว้อย่างยิ่งค่ะ คลินิกเสริมความงามเนรมิตคลินิกของเรา จึงได้พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการกำจัดไฝและขี้แมลงวันขึ้น โดยเป็นเทคโนโลยีที่ปลอดภัยไม่ทำอันตรายแก่ผิวแต่อย่างใด ซึ่งก็คือ เครื่องจี้ไฝพลังงานคลื่นวิทยุ (Radio Frequency : RF) โดยวันนี้เราจะขอนำพาทุกคนไปทำความรู้จักถึงข้อดีของเครื่องจี้ไฝชนิดนี้กันค่ะ 1. ปลอดภัย แน่นอนว่าการจี้ไฝนั้นมีหลายวิธี ตั้งแต่การใช้ครีมทาผิว กรดอ่อน และวิธีอื่น ๆ อีกมากมาย แต่วิธีเหล่านั้นก็ล้วนแล้วอาจจะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อผิวหนังของเรา แต่การใช้เครื่องจี้ไฝพลังงานคลื่นวิทยุ (Radio Frequency : RF) ที่ทางเนรมิตคลินิกเลือกใช้นั้น เป็นเทคโนโลยีที่ปลอดภัยสูง ซึ่งเรานำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกาที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากล 2. ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด ด้วยหลักการทำงานของเครื่องจี้ไฝพลังงานคลื่นวิทยุนี้ จะเป็นการใช้พลังงานจากกระแสคลื่นความถี่ที่ถูกส่งไปยังแท่งโลหะและเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนให้สามารถทะลุผ่านชั้นผิวหนังลงไป

อย่างที่ทราบกันดีว่าปัญหาผิวหน้านั้นมักจะมีปัญหามากกว่าผิวส่วนอื่นตามร่างกาย เพราะผิวหน้านั้นเป็นส่วนที่สัมผัสกับสารอนุมูลอิสระในสิ่งแวดล้อมได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นแสงแดด ความร้อน ฝุ่นละอองต่าง ๆ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาริ้วรอยก่อนวัยอันควร ซึ่งปัญหาริ้วรอยหากเกิดขึ้นกับผิวหน้าแล้วก็ยากที่จะแก้ไข โดยเฉพาะปัญหาริ้วรอยใต้ตา รอบปาก ร่องแก้ม หรือหน้าผาก ในจุดนี้เนรมิตคลินิกได้เข้าใจปัญหาสำคัญนี้ ทางเราจึงได้มีเทคโนโลยีความงามเพื่อการแก้ไขปัญหาริ้วรอยโดยเฉพาะ นั่นก็คือ การใช้เทคโนโลยีพลังงานคลื่นเสียงที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดโดยใช้เทคนิค RejuLift เข้าช่วยจัดการแก้ไขปัญหา เทคนิค RejuLift คืออะไร เทคนิค RejuLift คือการแก้ไขปัญหาริ้วรอยบนใบหน้าด้วยเทคโนโลยีการปล่อยพลังงานคลื่นเสียงที่มีความจำเพาะเจาะจงไปยังผิวที่มีปัญหา โดยเปลี่ยนจากพลังงานเป็นความร้อนแก่ผิว เพื่อช่วยสร้างเสริมคอลลาเจนภายใต้ผิวที่เสื่อมสภาพ ให้กลับมาแข็งแรงและมีประสิทธิภาพขึ้นได้อีกครั้ง หลักการทำงานของ RejuLift โดยหลักการทำงานของ RejuLift คือ จะส่งต่อพลังงานคลื่นแปลงเป็นความร้อนไปยังจุดเล็ก ๆ เป็นระยะห่างประมาณ 1 มิลลิเมตร เพื่อให้เกิดความสม่ำเสมอของพลังงานที่ลงเข้าสู่ผิว โดยคุณหมอจะสามารถเห็นสภาพผิวหน้าที่กำลังรักษาผ่านหน้าจอแสดงผล จึงทำให้ช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด และได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูง โดยขณะที่ทำ RejuLift นั้น

ปัญหาริ้วรอยนั้นเป็นปัญหาหลักที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่อยากจะให้เกิดกับใบหน้าของตัวเองมากที่สุด โดยเฉพาะปัญหาริ้วรอยใต้ตา ที่ทำให้เกิดความไม่สวยบนใบหน้า แถมยังทำให้เราดูแก่ก่อนวัยอันควรอีกด้วย และที่สำคัญปัญหาริ้วรอยนั้นหากเกิดขึ้นแล้วก็ยากที่จะกำจัดให้หมดออกไป วันนี้เนรมิตคลินิกจะพาไปทำความรู้จักกับปัญหาริ้วรอยว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร และจะมีวิธีการกำจัดริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้าได้อย่างไรบ้างค่ะ ริ้วรอยเกิดขึ้นได้อย่างไร ริ้วรอยหรือรอยเหี่ยวย่น ไม่ว่าจะเป็นรอยตีนการอบดวงตาคู่งามหรือจะเป็นริ้วรอยใต้ตา ข้างแก้ม ส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดจากความเสื่อมชราของเซลล์ผิว โดยริ้วรอยใต้ตากับข้างปากหรือรอบแก้ม มักจะเป็นริ้วรอยที่เกิดขึ้นได้ง่ายกว่าที่อื่น โดยสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาริ้วรอยนั่นก็คือ 1. การเคลื่อนไหวบนใบหน้า มาจากการแสดงอารมณ์ต่าง ๆ บนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นการขมวดคิ้ว การพูด การยิ้ม หัวเราะ เพราะเมื่อมีการกระทำเหล่านี้ ก็จะทำให้กล้ามเนื้อหดและขยาย ส่งผลให้เกิดริ้วรอยบนผิวหนังขึ้นได้ 2. อายุที่เพิ่มขึ้น สิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดริ้วรอย นั่นเพราะคอลลาเจนภายในร่างกายได้เสื่อมลดน้อยลงไปนั่นเอง โดยคอลลาเจนผิวก็เหมือนเส้นใยที่ทำให้ผิวเรียบตึง ยิ่งมีคอลลาเจนมาก็ยิ่งทำให้ผิวเด้ง กระชับ แต่หากขาดคอลลาเจนไป ก็จะทำให้ผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ และเกิดปัญหาริ้วรอยได้ง่าย 3. การเสพของมึนเมาและสิ่งเสพติด โดยเฉพาะการสูบบุหรี่ เพราะจะยิ่งเป็นการเพิ่มสารอนุมูลอิสระให้กับร่างกายโดยตรง ทำให้ไปลดการไหลเวียนโลหิต และสารอนุมูลอิสระนี้เองที่จะไปทำลายโครงสร้างผิวและลดคอลลาเจนให้ยิ่งเสื่อมลงมากกว่าเดิม 4. ความเครียด ตัวการสำคัญก็คือความเครียด ยิ่งเราเกิดอารมณ์เครียดความรู้สึกก็จะถูกส่งผ่านมายังใบหน้าของเรา