รีวิว รักษาคีลอยด์ บอกลาแผลเป็นนูนกวนใจ คืนผิวเรียบเนียนด้วยเลเซอร์ More-Xel
บาดแผลจากอุบัติเหตุ แผลผ่าตัด หรือแม้แต่แผลรอยสิว เมื่อหายดีแล้วหลายคนอาจต้องเผชิญกับของแถมที่ไม่พึงประสงค์อย่าง “แผลคีลอยด์” (Keloid) หรือแผลเป็นที่มีลักษณะนูน แข็ง สีแดงคล้ำ และอาจมีอาการคันหรือเจ็บจี๊ดๆ ร่วมด้วย แผลชนิดนี้มักขยายตัวกว้างกว่ารอยแผลเดิม ทำให้สูญเสียความมั่นใจอย่างมากเวลาที่ต้องสวมใส่เสื้อผ้าที่โชว์ผิว
หากการทายาลดรอยแผลเป็นไม่สามารถตอบโจทย์ได้ วันนี้เราจะพาไปชมรีวิวขั้นตอนการ รักษาคีลอยด์ อย่างตรงจุดและเห็นผลชัดเจน ด้วยเทคนิคผสมผสาน (ยาฉีด + เลเซอร์ More-Xel) ที่เนรมิตคลินิก ว่ามีขั้นตอนการทำงานอย่างไรบ้างครับ
แผลเป็นคีลอยด์ เกิดจากอะไร?
แผลคีลอยด์เกิดจากกระบวนการซ่อมแซมบาดแผลของร่างกายที่ทำงานผิดปกติ หรือมีการตอบสนองที่มากเกินไป โดยร่างกายจะสร้างโปรตีนคอลลาเจนออกมาเพื่อสมานแผลอย่างต่อเนื่องไม่ยอมหยุด ทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นเกิดการสะสมจนนูนหนา แข็ง และขยายวงกว้างออกไปจากขอบเขตบาดแผลเดิม ซึ่งปัจจัยหลักมักมาจาก “พันธุกรรม” และมักพบบ่อยบริเวณหน้าอก หัวไหล่ หลัง และติ่งหู
ทำไมต้องรักษาคีลอยด์ด้วย “ยาฉีด + เลเซอร์ More-Xel”?
จากคลิปวิดีโอรีวิวเคสการรักษา (รับชมคลิปเต็ม EP. 331 ได้ที่: https://www.youtube.com/watch?v=5chXDpvF7aE) จะเห็นได้ว่าเนรมิตคลินิกเลือกใช้ การรักษาแบบผสมผสาน (Combination Therapy) ซึ่งเป็นวิธีที่แพทย์ผิวหนังยอมรับว่ามีประสิทธิภาพสูงสุดในการจัดการกับรอยแผลเป็นนูน โดยมีหลักการทำงานดังนี้:
-
การฉีดยารักษาแผลเป็นนูน (Steroid Injection):
แพทย์จะใช้ยาฉีดเข้าไปที่ก้อนคีลอยด์โดยตรง ยาจะเข้าไปลดการอักเสบและยับยั้งกระบวนการสร้างคอลลาเจนที่ผิดปกติ ช่วยให้ก้อนเนื้อที่แข็งนิ่มลงและยุบตัวแบนราบ
-
การปรับสภาพผิวด้วยเลเซอร์ More-Xel: นอกจากฉีดยาแล้ว แพทย์จะใช้เทคโนโลยี เครื่องเลเซอร์ More-Xel ซึ่งเป็นเลเซอร์กลุ่ม Fractional CO2 ยิงพลังงานแสงระดับไมครอนลงไปบนแผลเป็น เลเซอร์จะเข้าไปทำลายพังผืดที่จับตัวกันแน่น และกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่เรียงตัวเป็นระเบียบ ช่วยปรับสีผิวและพื้นผิวของแผลเป็นให้เรียบเนียน สม่ำเสมอ และกลมกลืนกับผิวปกติมากยิ่งขึ้น
ขั้นตอนการรักษาคีลอยด์ ปลอดภัย เห็นผลจริง
-
ประเมินแผล: แพทย์จะทำการตรวจลักษณะ ความนูน และความตึงของแผลคีลอยด์ เพื่อประเมินปริมาณยาและตั้งค่าพลังงานเลเซอร์ที่เหมาะสม
-
ขั้นตอนการฉีดยา: แพทย์ฉีดยาเข้าไปที่ก้อนคีลอยด์ (อาจมีความรู้สึกเจ็บและตึงเล็กน้อยขณะเดินยา)
-
ขั้นตอนเลเซอร์: ทำความสะอาดผิว ประคบเย็น และยิงเลเซอร์ More-Xel ลงบนรอยแผลเป็นอย่างละเอียด
-
การดูแลหลังทำ: แพทย์จะทายาและให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวที่บ้าน
การดูแลตัวเองหลังรักษาคีลอยด์
-
งดการเกา หรือแกะบริเวณแผลเลเซอร์โดยเด็ดขาด
-
หากแผลมีการตกสะเก็ดจากเลเซอร์ ควรปล่อยให้สะเก็ดหลุดลอกไปเองตามธรรมชาติ
-
ทายาหรือครีมบำรุงตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด
-
มาพบแพทย์ตามนัดอย่างต่อเนื่องเพื่อฉีดยาและทำเลเซอร์จนกว่าแผลจะยุบเป็นที่น่าพอใจ
-
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: รักษาคีลอยด์ เจ็บไหม?
A: จะมีความรู้สึกเจ็บและตึงเล็กน้อยในขั้นตอนการฉีดยาเข้าที่ก้อนคีลอยด์ครับ ส่วนขั้นตอนการทำเลเซอร์ จะมีการประคบเย็นช่วยลดความรู้สึก ทำให้รู้สึกแค่อุ่นๆ บนผิว เป็นระดับความรู้สึกที่คนไข้สามารถทนได้สบายครับ
Q: ต้องรักษากี่ครั้ง แผลคีลอยด์ถึงจะหายและเรียบเนียน?
A: การรักษาคีลอยด์ต้องอาศัยความต่อเนื่อง โดยทั่วไปแนะนำให้ฉีดยาและทำเลเซอร์ต่อเนื่องประมาณ 3-5 ครั้ง (เว้นระยะห่างตามแพทย์ประเมิน) ก้อนแผลเป็นจะค่อยๆ นิ่ม ยุบตัวลง และมีสีผิวที่กลมกลืนขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ
สรุป: แผลคีลอยด์ ไม่ใช่ปัญหาที่ต้องทนเก็บไว้จนบั่นทอนความมั่นใจ การรักษาด้วยเทคนิคผสมผสาน ยาฉีดร่วมกับเครื่องเลเซอร์ More-Xel เป็นทางออกที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพที่สุด หากคุณมีปัญหารอยแผลเป็นนูน สามารถเข้ามาให้แพทย์ประเมินสภาพผิวและวางแผนการรักษาได้ฟรีที่ เนรมิต คลินิก