แพทย์และเจ้าหน้า เนรมิต คลินิก ที่มีการฝึกอบรมและอัปเดทความรู้ใหม่ๆอย่างสม่ำเสมอ
ให้บริการด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง

FB : https://www.facebook.com/neramitclinic

Blog

ภาพแสดงลักษณะของแผลเป็นนูน หรือคีลอยด์ขนาดใหญ่บริเวณใบหูส่วนบน ก่อนเข้ารับการผ่าตัดรักษาที่เนรมิตคลินิก

รีวิว ผ่าตัดแผลเป็นนูน คีลอยด์หู คืนรูปหูสวย ปลอดภัย ตัดจบความกังวล

การเจาะหู ถือเป็นแฟชั่นความงามยอดฮิต แต่สำหรับหลายคน แผลจากการเจาะหูกลับไม่สมานตัวตามปกติ และกลายเป็น “ก้อนคีลอยด์” หรือแผลเป็นนูนขนาดใหญ่ที่ค่อยๆ โตขึ้นบริเวณใบหูหรือติ่งหู ซึ่งนอกจากจะทำให้รู้สึกเจ็บ คัน หรือตึงรั้งแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อความมั่นใจอย่างมาก ทำให้หลายคนต้องปล่อยผมลงมาปิดบังใบหูอยู่ตลอดเวลา

หากการฉีดยารักษาแผลเป็นไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป การ ผ่าตัดแผลเป็นนูน คีลอยด์หู คือทางออกที่จะช่วยคืนรูปทรงใบหูที่สวยงามกลับมา วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกขั้นตอนการผ่าตัดที่เนรมิตคลินิกกันครับ

คีลอยด์ที่หู (Ear Keloid) เกิดจากอะไร?

แผลเป็นคีลอยด์ (Keloid) คือแผลเป็นที่มีลักษณะนูน แข็ง และมักจะขยายขนาดใหญ่กว่ารอยแผลเดิม สาเหตุเกิดจากร่างกายมีการตอบสนองต่อการบาดเจ็บของผิวหนังที่มากเกินไป โดยสร้างโปรตีนคอลลาเจนออกมาซ่อมแซมแผลอย่างไม่หยุดหย่อน

ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดคีลอยด์ที่หู ได้แก่:

  • การเจาะหู: โดยเฉพาะบริเวณกระดูกอ่อน (Cartilage) ที่เสี่ยงต่อการอักเสบและเกิดคีลอยด์ได้ง่าย

  • พันธุกรรม: ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นคีลอยด์ จะมีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ

  • การติดเชื้อ: หากแผลเจาะหูมีการติดเชื้อหรืออักเสบเรื้อรัง จะกระตุ้นให้เกิดแผลเป็นนูนได้ง่ายขึ้น

ทำไมถึงควรรักษาคีลอยด์หูด้วย “การผ่าตัด” ?

ในระยะแรกที่คีลอยด์ยังมีขนาดเล็ก แพทย์มักแนะนำให้รักษาด้วยการฉีดยาสเตียรอยด์ (Steroid Injection) เพื่อให้ก้อนยุบตัวลง แต่ในกรณีที่ ก้อนคีลอยด์มีขนาดใหญ่มาก ดื้อยา หรือทำให้ใบหูผิดรูป การ ผ่าตัด (Surgical Excision) จะเป็นวิธีเดียวที่สามารถนำก้อนเนื้อแข็งๆ นั้นออกไปได้หมด และช่วยตกแต่งรูปทรงใบหูให้กลับมาใกล้เคียงปกติที่สุด

รีวิวขั้นตอนการ ผ่าตัดแผลเป็นนูนคีลอยด์หู ที่เนรมิตคลินิก

จากวิดีโอรีวิวเคสจริง (รับชมคลิปเต็มได้ที่: https://www.youtube.com/watch?v=MLSjCLPMHRU) จะเห็นได้ว่าขั้นตอนการรักษาต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของแพทย์สูงมาก ดังนี้:

  1. ประเมินและวางแผน: แพทย์จะตรวจดูลักษณะก้อนคีลอยด์ เพื่อประเมินทิศทางการผ่าตัดและการเย็บปิดแผล เพื่อให้ใบหูเสียรูปทรงน้อยที่สุด

  2. ฉีดยาชา: ก่อนเริ่มผ่าตัด แพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่ ทำให้คนไข้ไม่รู้สึกเจ็บระหว่างการผ่าตัด

  3. ผ่าตัดก้อนคีลอยด์ออก: แพทย์ทำการผ่าตัดเลาะก้อนเนื้อคีลอยด์ออกจากเนื้อเยื่อปกติและกระดูกอ่อนอย่างระมัดระวัง

  4. เย็บตกแต่งแผล: เป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก แพทย์จะทำการเย็บแผลด้วยไหมเส้นเล็กอย่างประณีต เพื่อซ่อนรอยแผลและลดความตึงของผิวหนัง ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้คีลอยด์กลับมาเกิดซ้ำ

การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดคีลอยด์หู

หลังผ่าตัด ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการเกิดคีลอยด์ซ้ำ:

  • รักษาความสะอาด: ห้ามให้แผลโดนน้ำจนกว่าจะถึงกำหนดตัดไหม (ประมาณ 7-14 วัน)

  • งดกดทับ: เวลานอนควรหลีกเลี่ยงการนอนตะแคงทับหูข้างที่ผ่าตัด

  • ทานยาตามแพทย์สั่ง: ทานยาแก้อักเสบและลดบวมให้ครบตามกำหนด

  • การรักษาต่อเนื่อง: ในหลายเคส แพทย์อาจนัดมาฉีดยากันคีลอยด์ หรือให้ใส่ที่หนีบหู (Pressure Earring) ร่วมด้วย เพื่อกดรั้งไม่ให้เนื้อเยื่อนูนขึ้นมาอีก

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: ผ่าตัดคีลอยด์หู เจ็บไหม? A: จะมีความรู้สึกเจ็บแค่ตอนฉีดยาชาเข็มแรกเท่านั้น หลังจากยาชาออกฤทธิ์ ระหว่างขั้นตอนการผ่าตัดคนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บเลยครับ

Q: ผ่าตัดแล้ว คีลอยด์มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำไหม? A: คีลอยด์มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้เสมอ (Recurrence rate ค่อนข้างสูง) แต่สามารถลดความเสี่ยงได้โดยการดูแลแผลหลังผ่าตัดให้ดี และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ เช่น การกลับมาฉีดยาป้องกันคีลอยด์ตามนัด หรือการใช้แผ่นซิลิโคนเจลแปะแผลอย่างต่อเนื่อง

สรุป: ปัญหาคีลอยด์ที่หู ไม่ได้ทำลายแค่ความสวยงาม แต่ยังทำลายความมั่นใจ การ ผ่าตัดแผลเป็นนูน คีลอยด์หู เป็นทางออกที่ปลอดภัยและเห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุด หากใครกำลังประสบปัญหานี้ สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินก้อนคีลอยด์ได้ฟรีที่ เนรมิต คลินิก ครับ